พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการสอบสวนประเด็นอื้อฉาวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า เมื่อวานนี้ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เรือนจำที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาว 2 ราย คือ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำฯ ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากพบว่าทั้งสองคนนี้ได้กระทำความผิดอย่างชัดเจน แต่รายละเอียดขอสงวนการเปิดเผย เพราะอยู่ในการสอบสวน
ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 18 ราย ต้องอาศัยพยานหลักฐานมายืนยันว่ากระทำความผิดจริง โดยต้องรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการการสอบสวน ควบคู่กับการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI โดยยืนยันว่า อีกไม่นานจะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาอีก และเชื่อว่าจะทำกันเพียงแค่สองคนไม่ได้
ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวนั้นนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และกระทรวงยุติธรรม ไม่นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ยอมรับว่า กรณีนี้เพิ่งมาร้องเรียนในช่วงที่ตนและอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่เพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นาน จนทำให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้นำประเด็นมาปรึกษาหารือกับตน ก่อนนำมาสู่การปฏิบัติการเข้าตรวจค้น ซึ่งพบว่า ทางเจ้าหน้าที่ถูกหน่วงเวลากว่า 20 นาที จึงจะสามารถเข้าตรวจค้นและจับได้คาหนังคาเขา โดยยอมรับว่าข้อมูลที่นำมาประกอบการสอบสวนและนำมาสู่การปฏิบัติการครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากเจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำที่อึดอัดและไม่พอใจในการทำงานของอดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รายนี้
ส่วนประเด็นเรื่องการรีโนเวทห้องใหม่นั้น พบว่าได้เริ่มรีโนเวทตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 และเสร็จสิ้นในช่วงปลายเดือนพอดี โดยริเริ่มรีโนเวทโดยอดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อ้างว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นห้องรับรอง แต่ประเด็นนี้ทางคณะกรรมการกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ดำเนินการใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ก็ถือเป็นความเสียหาย เช่นเดียวกับการใช้เงินมารีโนเวทห้องดังกล่าวว่า เบิกถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่หรือใช้เงินส่วนไหนมาซ่อมแซมรีโนเวท ประเด็นนี้ยังไม่ชี้ชัด ต้องรอให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน
สำหรับสถานะของห้อง ณ ตอนนี้ คือปิดตายไปแล้ว เมื่อวานนี้ 24 พ. ย. 2568 ได้มีเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบ พบพยานหลักฐานเป็นจำนวนมาก ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ต้องรอให้ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดก่อน แล้วจะแถลงแจ้งให้สื่อมวลชนทราบในภายหลัง
ผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นที่ว่า มีรายงานว่าพัศดีเวร ที่เข้าเวรในวันเกิดเหตุนั้น ไม่อยู่ในรายชื่อเจ้าหน้าที่ 19 ราย ที่ถูกคำสั่งให้ออกจากการปฏิบัติงานที่เรือนจำก่อนหน้านี้ เรื่องนี้รัฐมนตรีระบุว่า ยังไม่ทราบประเด็นเรื่องดังกล่าว เมื่อสอบถามประเด็นว่า สรุปแล้วสามารถเยี่ยมผู้ต้องขังได้วันอาทิตย์ได้หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่าไม่สามารถเยี่ยมในวันอาทิตย์ได้ การมาเยี่ยมในวันอาทิตย์ถือว่าเป็นการไม่ถูกต้องตามระเบียบและผู้ต้องขัง ไม่ควรจะมาอยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุนอกจากพื้นที่ต้องขัง แต่ยอมรับว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีผู้ต้องขัง VIP คนอื่นที่ได้รับการเยี่ยมในวันอาทิตย์ด้วยหรือไม่
ส่วนประเด็นของนายกันต์ กันตถาวร ผู้ต้องขังในคดีบริษัท The Icon Group จำกัด พบความเชื่อมโยงว่าได้รับการเยี่ยมญาติในวันอาทิตย์หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ยังไม่ได้รับรายงาน
พล.ต.ท.รุทธพล ยังกล่าวอีกว่า เราจะดำเนินการตามกรอบของกฎหมายให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการยึดทรัพย์และการสรุปเส้นทางการเงิน ที่ต้องรอการดำเนินการของ DSI ขอให้พี่น้องประชาชนวางใจในกระบวนการยุติธรรมของเราได้ว่า จะสามารถเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ตนเองก็ไม่อยากเร่งรัดการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบสวน เพราะต้องทำเรื่องดังกล่าวให้ได้รายละเอียดและปรากฏชัดเจน ซึ่งหมายรวมถึงการตรวจสอบการปฏิบัติงานสมัยที่ อดีต ผบ.เรือนจำฯ เป็นอดีตผู้บัญชาการเรือนจำในที่อื่นด้วย
ทั้งนี้ จากกรณีที่ผู้สื่อข่าวสังเกตพบว่า รถของเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ได้ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ภายหลังเข้าตรวจสอบพยานฐานในที่เกิดเหตุ แล้วเดินทางต่อไปที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในช่วงเย็นวานนี้นั้น จึงตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นที่เรือนจำกลางคลองเปรมหรือเรือนจำที่อื่นหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้