กรณีเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้ประชาชน 60 คนติดค้างอยู่ภายในสนามบินนานาชาติหาดใหญ่เป็นเวลากว่า 3 คืน เนื่องจากถนนโดยรอบถูกน้ำท่วมตัดขาดอย่างฉับพลัน ซึ่งกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 4 ได้ส่งกำลังพลและรถทหาร GMC เข้าช่วยเหลือและอพยพทั้งหมดออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมดูแลผู้ป่วยไตที่ต้องฟอกไตฉุกเฉินให้ได้รับการรักษาทันเวลา
พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 พร้อม พล.ต.กฤศ ศรีเดชาสินธ์ุ ผอ.ศสว. มอบหมายให้ พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผอ.รร.การเมือง ศสว. นำรถบรรทุกทหารขนาดใหญ่ (GMC) จาก ร.152 พัน 3 ฝ่ากระแสน้ำเข้าไปยังสนามบินหาดใหญ่จนสามารถช่วยผู้ประสบภัยทั้งหมดออกมาได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในพื้นที่ อ.จะนะ ยังคงสูง ทำให้คณะช่วยเหลือต้องจอดพักที่ปั๊มน้ำมันในพื้นที่เป็นเวลา 2 คืน เพื่อรอให้ระดับน้ำลด
ระหว่างนั้นได้เกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อมีผู้ประสบภัยรายหนึ่ง ซึ่งป่วยเป็นโรคไต มีอาการจำเป็นต้องฟอกไตด่วน พ.อ.เอกธวุฒิ จึงประสานโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ให้ส่งรถพยาบาลฝ่าน้ำท่วมเข้ารับผู้ป่วย และสามารถนำตัวไปรักษาได้ทันท่วงที
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย คณะกู้ภัยได้นำผู้ประสบภัยทั้งหมดเดินทางต่อจนถึง สำนักงานป้องกันและสาธารณภัย เทศบาลนครยะลา โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ให้การต้อนรับ พร้อมจัดอาหารและดูแลผู้ป่วยไตเพิ่มเติมด้วยการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลยะลาเป็นการเร่งด่วน
นางฟาตีเมาะ เจะแว หนึ่งในผู้ประสบภัยซึ่งเดินทางมาจากจาการ์ตา อินโดนีเซีย เล่าน้ำตาคลอว่า “ต้องทนต่ออาการเจ็บป่วยมาตลอด หากไม่มีทหารและหน่วยงานที่เข้ามาช่วยในครั้งนี้ สามีคงไม่มีโอกาสกลับถึงบ้านแน่นอน”
ด้านเทศบาลนครยะลาได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยจัดทำอาหารปรุงสุกกว่า 20,000 กล่องต่อวัน สำหรับแจกจ่ายผู้ประสบภัย พร้อมจัดหาอุปกรณ์ขนย้ายเพื่อสนับสนุนภารกิจจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อม ความเสียสละ และการประสานงานที่เข้มแข็งระหว่างกองทัพบกและหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง แต่ยังสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคใต้