อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้วันที่ 28 พ.ย. 2568 หลายพื้นที่ยังคงเดือดร้อนหนัก หลายจังหวัดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายขณะที่เมื่อวานนี้ เวลา 18.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานียะลา นราธิวาส มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 105 อำเภอ 718 ตำบล 5,361 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,099,877 ครัวเรือน 3,000,209 คน
เปิดสาเหตุพฤติกรรมก้าวร้าวผู้ประสบภัยช่วงน้ำท่วม วอนสังคมอย่าเหมารวมพี่น้องชาวใต้
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เมื่อผู้ประสบภัยขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเกิน 72 ชั่วโมง ร่างกายและจิตใจจะเข้าสู่ภาวะปกป้องตัวเอง (Survival Mode) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด และพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากภาวะปกติอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากความเครียดสะสมและการอดนอน จะส่งผลให้สมองส่วนการตัดสินใจทำงานลดลง ในขณะที่สมองส่วนสัญชาตญาณจะทำงานหนักขึ้น จึงมีแนวโน้มตีความสิ่งเร้าที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นภัยคุกคาม เช่น มองเจ้าหน้าที่เป็นผู้ไม่หวังดี หรือกังวลว่าเรือช่วยเหลือจะกระแทกบ้านจนเสียหายเพิ่มขึ้น ความเครียดจากการสูญเสีย การขาดอาหาร น้ำ ยาประจำตัว และความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการทำงานของทีมกู้ภัย ล้วนส่งผลให้เกิดพฤติกรรมป้องกันตัวหรือความก้าวร้าวได้
มนุษย์มีปฏิกิริยาทางใจต่อความสูญเสีย 5 ระยะ
- ระยะปฏิเสธเกิดความช็อกและไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
- ระยะโกรธรู้สึกไม่ยุติธรรมต่อเหตุการณ์
- ระยะต่อรองจะมีการตำหนิตัวเองหรือคิดเสียใจย้อนหลัง
- ระยะซึมเศร้าที่เริ่มเผชิญความจริงและรู้สึกเศร้า ท้อแท้
- ระยะยอมรับในการค่อย ๆ ปรับตัวกับสภาพชีวิตใหม่
โดยเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ผ่านระยะแรกแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะโกรธ หรือการต่อรอง ซึ่งเป็นอารมณ์ตามธรรมชาติของผู้เผชิญความสูญเสีย ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยอาจมีการแสดงออกที่เข้มข้นตามสภาพความเครียดและความสูญเสียที่เผชิญ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติในสถานการณ์วิกฤต ขณะที่เจ้าหน้าที่ควรสื่อสารด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อธิบายขั้นตอนอย่างชัดเจน และสร้างความรู้สึกปลอดภัย เพื่อบรรเทาความตึงเครียดและช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวและกลับสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด หากประชาชนมีความเครียด กังวลใจ หรือพบเห็นคนใกล้ชิดมีปัญหาสุขภาพจิต สามารถโทรปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
เปิดมาตรการเยียวยา ความเสียหายด้านปศุสัตว์ น้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัด
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่สถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน พร้อมสั่งการให้เร่งเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ โดยให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเร่งสำรวจความเสียหายทันทีที่น้ำลด เพื่อจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรผู้เสียหาย
สำหรับหลักเกณฑ์การเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ ได้กำหนดตามประเภทสัตว์เลี้ยง และจำแนกตามช่วงอายุและจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อราย ดังนี้
- โค อายุน้อยกว่า 6 เดือน อัตราตัวละไม่เกิน 13,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1ปี อัตราตัวละไม่เกิน 22,000 บาท อายุ 1-2 ปี อัตราตัวละไม่เกิน 29,000 บาท อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 35,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 5 ตัว
- กระบือ อายุน้อยกว่า 6 เดือน อัตราตัวละไม่เกิน 15,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี อัตราตัวละไม่เกิน 24,000 บาท อายุ 1-2 ปี อัตราตัวละไม่เกิน 32,000 บาท อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 39,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 5 ตัว
- สุกร อายุ 1- 30 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 1,500 บาท อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 3,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 10 ตัว
- แพะ/แกะ อายุ 1-30 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 1,500 บาท อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 3,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 10 ตัว
- ไก่พื้นเมือง/ไก่งวง อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 80 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 300 ตัว
- ไก่ไข่ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 100 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว
- ไก่เนื้อ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 20 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 50 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว
- เป็ดไข่ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 100 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว
- เป็ดเนื้อ/เป็ดเทศ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 80 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว
- นกกระทา อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 10 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว
- นกกระจอกเทศ อัตราตัวละไม่เกิน 2,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 10 ตัว
- ห่าน อัตราตัวละไม่เกิน 100 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 300 ตัว
- แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ อัตรา 1,980 บาท/ไร่ ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 30 ไร่
“จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของกรมปศุสัตว์ พบสัตว์ตายและสูญหาย 78,721 ตัว ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และสงขลา โดยในจำนวนนี้เป็นโค-กระบือ 1,439 ตัว สุกร 8 ตัว แพะ 98 ตัว แกะ 21 ตัว และสัตว์ปีก 77,155 ตัว รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว
น้ำท่วม จ.สตูล เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ
สถานการณ์การน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สตูล วันนี้สภาพอากาศไม่มีฝนตกลงมา ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่น้ำท่วมระดับน้ำลดลงตามลำดับ หลายพื้นที่เข้าสู่ภาวะปกติ โดยที่ อ.ละงู อ.ควนโดน จะมีเพียงพื้นที่ท้ายน้ำ ลุ่มต่ำ ริมคลอง ที่ยังมีน้ำท่วมขังรอระบายลงลำคลอง หลังน้ำลดลงชาวบ้านเร่งรีบทำความสะอาด นำสิ่งของที่ถูกน้ำท่วมออกจากบ้าน
ส่วนในเขตเทศบาลเมืองสตูล ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณถนนทางเข้าตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล ระดับน้ำลดลงเช่นกัน ต่างเข้าไปเก็บกวาดทำความสะอาดล้างบ้านเรือนของตัวเอง ขณะที่พ่อค้าแม่ค้า ในตลาดสดเทศบาลเมืองสตูลต่างเข้าไปทำความสะอาดนนำสินค้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมออกจากร้านค้า เพื่อเปิดร้านค้าขายของต่อไป แม่ค้าร้านขายเสื้อผ้าเปิดเผยว่า ปีนี้เสียหายหนัก เสื้อผ้าที่เสียหายจากน้ำท่วมก็ต้องนำออกมาขายแบบขาดทุน จากราคาหลักร้อยต้องขายเพียงหลักสิบ
จังหวัดสตูลได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมด 7 อำเภอ 31 ตำบล 224 หมู่บ้าน 20 ชุมชน 29,549 ครัวเรือน 81,651 คน มีผู้บาดเจ็บ 25 คน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย มีผู้ป่วยโรคติดต่อ/โรคที่มากับน้ำท่วม เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ โรคน้ำกัดเท้า จำนวน 474 ราย โรงเรียนปิดการเรียนการสอนทั้งหมด 582 แห่ง อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สตูลคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วันนี้ ส่วนการช่วยเหลือทุกภาคส่วนมีการเข้าช่วยเหลือต่อเนื่อง
“ยะลา” เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา (ปภ.ยะลา) รายงาน ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 8 อำเภอ 54 ตำบล 312 หมู่บ้าน 46 ชุมชน ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 57,267 ครัวเรือน รวมประชาชน 163,346 คน โดยมีการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 1,571 ครัวเรือน 8,456 คน ในเขตอำเภอเมืองยะลา รามัน และยะหา
ด้านความเสียหายของที่อยู่อาศัย พบว่าบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง และเสียหายบางส่วน 2 หลัง สะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตรวม 5 รายในพื้นที่อำเภอรามัน ธารโต และบันนังสตา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายตามระเบียบราชการแล้ว
แม้พื้นที่เศรษฐกิจหลักในเขตเทศบาลนครยะลาบางส่วน เช่น ย่านการค้าและบริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา ระดับน้ำเริ่มลดลงและกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่เส้นทางคมนาคมสำคัญยังคงประสบปัญหา โดยเฉพาะถนนหมายเลข 409 ช่วงตำบลท่าสาป ซึ่งเป็นเส้นทางหลักมุ่งหน้าอำเภอยะหา ยังมีระดับน้ำท่วมสูงบางจุดถึง 1.50 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้
ในภาคการเกษตร มีพื้นที่ได้รับความเสียหายกว่า 16,744.87 ไร่ ปศุสัตว์เสียหาย 19,167 ตัว และพื้นที่ประมงได้รับผลกระทบ 265.01 ไร่ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานชำรุดเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งถนน 10 สาย ท่อลอด 7 แห่ง คอสะพาน 2 แห่ง เสาไฟฟ้าล้ม 7 ต้น รวมถึงมีรายงานดินสไลด์เกิดขึ้นแล้ว 25 จุดทั่วจังหวัด
ด้านการช่วยเหลือ หน่วยงานภาครัฐ อปท. ภาคเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ ได้เร่งระดมกำลังอย่างเต็มที่ มีการแจกจ่ายถุงยังชีพ 2,974 ชุด ข้าวกล่อง 130,532 กล่อง และน้ำดื่ม 115,328 ขวด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเบื้องต้น สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยะลายังได้เตรียมจุดอพยพสัตว์ 28 จุด พร้อมจัดหาอาหารสัตว์ เช่น หญ้าแห้ง และถุงยังชีพสำหรับสัตว์ เพื่อลดความสูญเสียของเกษตรกร