นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา ทำให้คะแนนนิยมของตัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายนายกรัฐมนตรีต่ำลงกว่าเดิม เพราะคนมีความรู้สึกว่า นายอนุทินบริหารจัดการล้มเหลว ไม่มีศักยภาพเพียงพอ ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลต่อ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ตอนแรกพรรคภูมิใจไทยตั้งใจว่าอยากได้ สส. บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สส.แบบแบ่งเขต ที่พรรคภูมิใจไทยล็อคเป้าไว้แล้ว เชื่อว่าไม่ได้มีผลกระทบอะไร แต่ก็ต้องออกแรงเพิ่มอยู่เหมือนกัน
ขณะที่ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่อง “กระแสการเมืองภาคใต้” ที่มีการสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของพรรคประชาธิปัตย์ แซงโค้ง นายกฯ อนุทิน นั้น นายเทพไท บอกว่า โดยพื้นฐานพรรคประชาธิปัตย์กับคนภาคใต้ มีความผูกพันกันมายาวนาน ทำให้มีฐานคะแนนคนภาคใต้สูงอยู่แล้วตั้งแต่ต้น จนกระทั่งเปลี่ยนผู้บริหารพรรคใหม่ ซึ่งตอนนั้นไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน ทำให้ฐานคะแนนบางส่วนเปลี่ยนไปสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอีกส่วนก็ไปสนับสนุนพรรคประชาชน จนทำให้พรรคประชาชน มี สส.บัญชีรายชื่อมากที่สุดในภาคใต้
นายเทพไท บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์กับคนใต้ ไม่ต่างจากถ่านไฟเก่าที่กำลังจะมอด เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค ก็เหมือนกับมีลมพัดเข้ามาทำให้ไฟลุกขึ้นมาอีกครั้ง คนใต้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ทำให้คะแนนการสนับสนุนของตัวนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์โดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนเรื่องกระแสนิยมครั้งนี้ จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ สส. แบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายเทพไท บอกว่า เป็นไปได้ยากเพราะ สส.เก่า 22 คน ไปต่อกับประชาธิปัตย์แค่ 6 คน คนเก่าๆ ย้ายไปซบพรรคอื่นกันหมดแล้ว
ถ้าจากนี้นายอภิสิทธิ์ปลุกกระแส การเมืองสุจริตต่อต้านเงินทุนสีเทา แล้วคนภาคใต้ยอมรับกระแสนี้ ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะสนับสนุน สส. ทั้งบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต
ขณะเดียวกันนายเทพไท แสดงความคิดเห็นเรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยเฉพาะการที่ นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกฯ แป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ออกตัวว่าเอาอยู่ แต่ท้ายที่สุดสถานการณ์น้ำท่วมบานปลายจนไม่สามารถแก้ไขได้ทันนั้น มองว่า มาจากความประมาท ประเมินจากข้อมูลเดิม เพราะหลังจากปี 2553 หาดใหญ่ไม่เคยน้ำท่วม เพราะได้แก้ไขขุดคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา โดยคิดว่านั่นเป็นการแก้ไขอย่างยั่งยืนแล้ว
เมื่อนายกฯ รับข้อมูลจากท้องถิ่นก็เชื่อทันทีว่าสามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่สุดท้ายเมื่อฝนตกหนัก ปริมาณน้ำมากขึ้นก็แก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน พอตั้งศูนย์บริหารจัดการก็ทับซ้อนไม่เป็นเอกภาพอีก นายอนุทินเลยต้องรับคำวิพากษ์วิจารณ์ว่ารับมือแก้ไขสถานการณ์ผิดพลาด เหมือนคนบริหารงานไม่เป็น
ขณะที่กระแสข่าวเรื่องที่ว่า นายกฯ แป้นเป็นคนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่านั้น นายเทพไท บอกว่า นายกฯ แป้น เป็นนักการเมืองท้องถิ่น เมื่อใครลงพื้นที่หาเสียง ก็จะไปต้อนรับ การที่มีภาพถ่ายอยู่กับนักการเมืองพรรคกล้าธรรม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ส่วนตัวคิดว่านายกฯ แป้นไม่น่าใช่คนของ ร.อ.ธรรมนัส ส่วนที่นายกฯ แป้น บอกว่าหลังจากนี้จะเลิกเล่นการเมืองแล้วกลับไปเลี้ยงหลานนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ในการออกมาแสดงความรับผิดชอบ เมื่อถูกกระแสทางการเมืองต่อต้าน เพราะถ้าดึงดันอยู่ในสนามการเมืองต่อก็คงอยู่ยาก
อีกหนึ่งกระแสข่าวที่ออกมาบอกว่าพรรคภูมิใจไทย เตรียมจะยุบสภาช่วงวันที่ 12 ธันวาคมนี้ นายเทพไท บอกว่า ถ้าตัวเองเป็นพรรคภูมิใจไทยจะยื้อเวลาออกไปให้ได้นานที่สุด อาจให้ครบ 31 มกราคม 2569 ตามกรอบระยะเวลาเดิมที่วางไว้ แล้วใช้ช่วงเวลานี้แก้ตัวดึงคะแนนเสียงกลับมาให้ได้มากที่สุด หลังจากเสียคะแนนไปช่วงน้ำท่วม ขณะเดียวกันการจะยุบสภาหรือไม่นั้ น ก็ขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทย ถ้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย ซึ่งถ้าตัวเองเป็นพรรคเพื่อไทยก็คงใช้โอกาสนี้ ดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทย ยื่นอภิปรายในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำเช่นกัน
นายเทพไท เผยว่าตนได้ยินข่าวมาว่า ประชาชนอยากให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ก่อนยุบสภาจึงไปเจรจากับพรรคเพื่อไทย ว่าให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ช่วงปลายเดือนธันวาคม ซึ่งตอนนี้ก็อยู่พรรคเพื่อไทยแล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร