หลังจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ปรากฏภาพนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก้มไหว้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในลักษณะไหว้ย่อ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะรีบจับแขนให้ลุกขึ้นนั้น กลายเป็นที่จับตา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลัง ครม. มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 20 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ซึ่งก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่านายอรรษิษฐ์อาจถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งในกระทรวงอื่น หลังมีกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่พยายามผลักดันบุคคลอื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน แต่สุดท้ายนายอรรษิษฐ์ยังคงนั่งปลัดกระทรวงมหาดไทยตามเดิม
โดยนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า "ยุคสิงห์น้ำเงิน คุม มหาดไทย" พร้อมวิเคราะห์ว่า การที่นายอรรษิษฐ์ยังได้อยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อ ถือเป็นความโชคดี หลังมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าอาจถูกโยกย้าย เพื่อเปิดทางให้นายนฤชา โฆษาศิวิไล อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นมารับตำแหน่งแทน
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นายนฤชาอาจเผชิญปัญหาทางการเมืองจากหลายประเด็น ทั้งกรณีแชตไลน์หลุดที่มีข้อความ "ช่วยน้ำเงินด้วย" รวมถึงข้อครหาเกี่ยวกับการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ไม่ได้ขึ้นมารับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย
นายเทพไทยังจับตาการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย 20 ตำแหน่ง โดยเฉพาะ 2 ตำแหน่งสำคัญ คือ การแต่งตั้งนายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มองว่าเป็นบุคคลที่เติบโตมาจากสายบุรีรัมย์ และเข้ามารับภารกิจสำคัญในการดูแลปัญหาการสอบบรรจุท้องถิ่น
อีกตำแหน่งคือ การแต่งตั้งนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งนายเทพไทมองว่าเป็นข้าราชการดาวรุ่ง และต้องเข้ามารับภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาคดีที่ดินเขากระโดง
นายเทพไทจึงตั้งข้อสังเกตว่า การโยกย้ายและจัดวางตัวข้าราชการครั้งนี้ สะท้อนการ "จัดระเบียบอำนาจรัฐ" ของพรรคภูมิใจไทยผ่านกระทรวงมหาดไทย พร้อมจับตาโครงสร้างของกระทรวงจะค่อย ๆ เปลี่ยนจาก "สิงห์หลายสี" ไปสู่ "สิงห์สีน้ำเงิน" มากขึ้นหรือไม่