สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากกรณีทหารกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีฝ่ายไทย เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 บริเวณพื้นที่ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนเหตุการณ์บานปลายเกิดการปะทะกันขึ้นในพลายพื้นที่ และยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องจาถึงช่วงเช้าวันนี้
ล่าสุด “กองทัพภาคที่ 2” แจ้งว่า กัมพูชามีการใช้โดรนพลีชีพในการสู้รบ โดยตำบลกระสุนตกโดรนพลีชีพ ลงหนักในแผ่นดินไทยพื้นที่พญาสัตบรรณ, ช่องอานม้า และเนิน 561
นอกจากนั้น “กองทัพภาคที่ 2” ยังระบุอีกว่า ภัยคุกคามรูปแบบใหม่: ยุทธวิธี FPV UAV ของ กพช. และข้อแนะนำการปฏิบัติ
1.พฤติกรรมของข้าศึก
รูปแบบการเข้าตี (Attack Pattern) จะมีอากาศยานนำร่อง (Lead Drone) ทำหน้าที่หลอกล่อและระบุเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีอีกรูปแบบ คือลักษณะอากาศยานและสรรพาวุธ โดยเป็นโดรนที่มีการติดตั้งระเบิด (ค.82 มม.) และอาจจะมีการทิ้งกล่องติดสัญญาณ GPS
2.ภัยคุกคามที่ตรวจพบ
โดรนที่มีการติดสัญญาณ GPS จะมีเป้าหมายล่อโจมตีกำลังพลที่เข้าไปเก็บกู้ โดยจะส่งพิกัดไปยัง อาวุธเล็งจำลอง เช่น BM-21 ระดมยิง หรือ FPV ระรอกถัดไปเข้าโจมตีซ้ำเติม
3.ข้อเน้นย้ำและการปฏิบัติ
หากพบซากโดรนมีเสียง จะเป็น “กับดัก” ห้ามรวมกลุ่มเข้าไปมุงดูเด็ดขาด แต่หากพบว่าปลอดภัย ให้รีบทำลายหรือแยกกล่อง GPS ออกจากพื้นที่ทันที เพื่อตัดสัญญาณ และหากพบว่าโดรนมีการติดตั้ง ค.82 ติดอยู่ ห้ามเก็บกู้เอง อาจจะมีระเบิดหรือกับดักอัตโนมัติ