เฟซบุ๊กเพจ CSI LA โพสต์ภาพแผนที่เดินสมุทร จากแอปพลิเคชั่น Marinetrafficที่ใช้ติดตามตำแหน่งเรือแบบเรียลไทม์ โดยใช้ข้อมูลจากระบบ AIS (Automatic Identification System) ทำให้ผู้ใช้เห็นเรือบนแผนที่สด ค้นหาเรือ และดูข้อมูลเรือต่างๆ ได้
ซึ่งพบว่าเมื่อวันที่10 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีเรือสัญชาติไทยลำหนึ่ง เดินเรือไปรับน้ำมันจากสิงคโปร์แล้วขนไปส่งให้กัมพูชา โดยเรือมีการเทียบท่าที่กัมพูชาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา
เพจ CSI LA ระบุว่า สงครามยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องอาวุธ หรือปืนแต่คือการ ควบคุมพลังงานและระบบโลจิสติกส์ของฝ่ายข้าศึก
พร้อมเปิดเส้นทางเดินเรืออีกหลายลำ ที่ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ตั้งเเต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา และบางลำยังคงดำเนินการขนส่งน้ำมันอย่างต่อเนื่อง บางลำออกจากท่าเรือศรีราชา ไปยังกัมพูชา ทางเพจระบุว่า “พบข้อมูลเรือบรรทุกน้ำมันชักธงไทย เดินเรือในเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา ขอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า โดยมีการตั้งข้อสงสัยหลายประเด็นดังนี้
- น้ำมันที่ขนส่งถูกขายให้ใคร
- ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด
- มีการควบคุมไม่ให้นำไปใช้ทางการทหารหรือไม่
ในช่วงที่มีความตึงเครียดด้านความมั่นคง การค้าพลังงานข้ามพรมแดนควร โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่กระทบต่อความปลอดภัยของคนไทย
นอกจากนี้เพจ CSI LA ยังเปิดแชตรายงานจากคนขับรถขนน้ำมัน ให้ข้อมูลว่าท่าเรือระนองมีรถบรรทุกน้ำมันเข้า – ออก วันละเป็นร้อยคัน โดยน้ำมันถูกรับมาจาก โรงกลั่นแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง และแหลมฉบัง ขนส่งไปลงที่ท่าเรือระนอง จากประสบการณ์ของผู้ขับรถไม่สามารถยืนยันได้ว่า น้ำมันที่ไปลงท่าเรือระนอง ถูกส่งต่อไปที่ใด โดยผู้ให้ข้อมูลระบุว่า ตนเองและบริษัทเคยมีการโหลดน้ำมันเพื่อส่งออกหลายด่าน รวมถึงเส้นทางช่องเม็กแต่บางช่วงมีการยกเลิกการโหลดน้ำมันหลายเที่ยว
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ยืนยันได้คือน้ำมันจำนวนมากถูกขนไปท่าเรือระนองเป็นประจำ วันละประมาณ 100 คันแต่ ปลายทางสุดท้ายไม่ปรากฏชัดคำถามที่สังคมควรร่วมกันตรวจสอบ คือ
- น้ำมันจากท่าเรือระนอง ถูกส่งต่อไปที่ใด
- ใครเป็นผู้รับซื้อปลายทาง
- ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด
- มีการตรวจสอบและควบคุมอย่างเพียงพอหรือไม่
- โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์อ่อนไหวด้านความมั่นคง
เวลา 16.00 น. ในการแถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ผู้สื่อข่าวได้ถามโฆษกกองทัพเรือ ว่า ในโซเชียลมีเดีย รายงานว่า พบเรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าของไทย 2 ลำ อยู่ใกล้เกาะกง ทางกองทัพเรือได้รับรายงานเรื่องนี้หรือไม่ และได้ตรวจสอบหรือยังว่าต้นทางและปลายทางของเรือ 2 ลำ ไปไหน?
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือกำลังแก้ไขปัญหานี้ มีหลายบริษัท ที่เป็นบริษัทเดินเรือของไทย มีคนไทยเป็นเจ้าของเรือ และใช้เรือไทยลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในพื้นที่กัมพูชา ที่ผ่านมากองทัพเรือพยายามเจรจาพูดคุย ขอความร่วมมือกับทางเจ้าของเรือนั้นๆ ในการไม่ลำเลียงยุทธปัจจัยไปในพื้นที่กัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้จะมีการพิจารณาในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. อีกครั้งในวันพรุ่งนี้