วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร ได้โพสต์คลิปพลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ชี้แจงกรณีประกาศเข้มงวดในทะเลอาณาเขต 12 ไมล์ทะเล ในจังหวัดที่มีอาณาเขตทางทะเล เช่น จันทบุรีและตราด เพื่อสกัดเรือไทย ขนส่งน้ำมันและยุทธปัจจัยไปกัมพูชาผ่านทางทะเล โดยระบุว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมวันนี้ จะอนุมัติแผนประกาศเขตพื้นที่ควบคุมเพิ่มเติม ในจังหวัดที่มี อาณาเขตทางทะเลคือ จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี และระยอง
เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า มาตรการนี้ควบคุมเฉพาะเรือของไทยเท่านั้น และเพื่อป้องกันไม่ให้กัมพูชามีขีดความสามารถทางทหาร จะตัดตรงนี้ตั้งแต่เขตท่าเรือ จนถึงพื้นที่ชั้นใน สำหรับกรอบเวลาในการบังคับใช้ ตอนนี้ยังไม่กำหนด แต่จะอยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสม โดยจะไม่ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน
ขณะที่ กองทัพเรือ ได้ชี้แจงกรณีการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ บริเวณแท่นขุดเจาะกลางทะเล ของบริษัท ปตท.สผ. หลังมีกระแสข่าวว่าเพิกเฉยไม่มีการดำเนินการใดๆนั้น เรือโทหญิง ปรียาดา บัวสมบุญ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า กองทัพเรือมีช่องทางการติดต่อและการประสานงานโดยตรงระหว่างกลุ่มบริษัทผู้ผลิตน้ำมันหลายบริษัทที่ปฏิบัติงานในอ่าวไทย กับทัพเรือภาคที่สองมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเลในทุกมิติ
โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม กองทัพเรือได้รับแจ้งจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของแท่นเอราวัณว่า ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในพื้นที่แท่นขุดเจาะ ทันทีที่ได้รับแจ้ง ทัพเรือภาคที่สองได้จัดอากาศยานออกตรวจการณ์ในพื้นที่โดยทันที เพื่อค้นหาฐานปล่อยหรือแหล่งที่มาของอากาศยานไร้คนขับดังกล่าว ภายในรัศมีประมาณ 10 กิโลเมตรรอบแท่นขุดเจาะ ควบคู่กับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โดยทัพเรือภาคที่ 2 ยังได้รับแจ้งว่าแท่นขุดเจาะอีกหลายแท่นก็ตรวจพบเช่นเดียวกัน เช่น แท่นไพลิน แท่นสตูล และแท่นฟูนาน ซึ่งได้จัดเรือและอากาศยานลาดตระเวนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 9 ธันวาคม ถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ร่วมวางแผนกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันเบื้องต้น และเตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือและสนับสนุนด้านความมั่นคงอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันกองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจในการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองความปลอดภัยของแท่นขุดเจาะที่ถูกคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับไม่ทราบฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กองทัพเรือได้มีการประสานงานกับบริษัท ปตท. อย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกันกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญ ทั้งในทะเลและบนบก เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ด้านพลังงานของประเทศ ล่าสุดได้รับคำยืนยันจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ว่าที่ผ่านมา บริษัทได้ประสานงานร่วมกับกองทัพเรือ และ ศรชล. มาอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และบริษัทไม่เคยมีการให้ข่าวในลักษณะนั้นแต่อย่างใด
กองทัพเรือขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงทางทะเลและการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของชาติ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รอบคอบ และไม่เคยบกพร่องตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคง และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวพร้อมภาพในโซเชียลมีเดีย ที่ระบุว่าทหารเรือ ได้ขึ้นยึดเกาะยอ และเกาะกง ของกัมพูชา แล้ว ทางพลเอกธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือและเลขาธิการ ศรชล. ระบุว่า เป็นข่าวปลอม ยืนยันว่ากองทัพเรือไม่มีแนวนโยบายในการที่จะยึดเกาะยอ หรือ เกาะกง
โดยการปฏิบัติการของกองทัพเรือ คือ เคลียร์เฉพาะในจุดที่กัมพูชารุกล้ำ และยึดคืนแผ่นดิน โดยมีเป้าหมายที่หมายทางทหาร ที่จะเป็นภัยคุกคามต่อไทย แล ป้องกันการถูกโจมตี เพราะกรณีเกาะยอ มีการตั้งปืนใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มของภัยคุกคาม ที่จะเป็นอันตรายต่อประชาชนและกำลังพล จึงต้องมีการยิงทำลาย แต่ยืนยันว่าทหารเรือ ไม่ได้ขึ้นไปยึดพื้นที่ แต่อย่างใด