สถานการณ์ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหมตลาดโรงเกลือ ความเสียหายประมาณ 20 ห้อง แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณก่อเหตุสร้างสถานการณ์ โดยภาพจากกล้องวงจรปิดเวลาประมาณ 01.00 น. พบว่ามีกลุ่มควันไฟเริ่มลุกไหม้ และได้ยินเสียงการปะทุของไฟ จากนั้นจะเห็นประกายไฟเเละผ้าใบบางส่วนเริ่มพังเสียหายและเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
โดยในช่วงเช้า พันตำรวจเอกจตุรภัทร สิงหัษฐิติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในจุดดังกล่าว จากการสำรวจพบว่าจุดที่เกิดเพลิงไหม้เป็นอาคารห้องเช่าประมาณ 20 ห้อง เคยเป็นร้านขายเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน ต้นเพลิงเกิดจากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และจากภาพที่เห็นจะมีเศษซากของผ้าที่ถูกไฟไหม้กระจัดกระจายเต็มพื้นถนนด้านหน้า และยังมีกลิ่นควันจากไฟไหม้คละคลุ้งไปทั่ว
พันตำรวจเอกจตุรภัทร เปิดเผยว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นภายในตลาดโรงเกลือ ฝั่งตลาดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ช่วง 01.00 น.ที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งจากฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตลาด ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พบเพลิงไหม้บริเวณอาคาร ก.1 และ ก.2 จึงประสานรถดับเพลิงของเทศบาล และหน่วยทหารเข้าระงับเหตุจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ช่วงเวลา 03.00 น.
จากการตรวจสอบในช่วงเช้า โดยพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก ร่วมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสระแก้ว พบว่าอาคารร้านค้าในตลาดโรงเกลือได้รับความเสียหายรวม 20 ห้อง เบื้องต้นเชื่อว่าต้นเพลิงอยู่ในร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเกิดการประทุของเปลวไฟในร้านดังกล่าว โดยยังไม่พบภาพบุคคลเข้าไปก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง
เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ หรือการสร้างสถานการณ์ เพราะพื้นที่ตลาดโรงเกลืออยู่ภายใต้การควบคุมด้านความมั่นคงอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้มีการพักอาศัยในพื้นที่
ขณะเดียวกันตำรวจอยู่ระหว่างหารือร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อพิจารณามาตรการตัดกระแสไฟฟ้าในบางโซนที่ไม่มีการใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเหตุซ้ำ พร้อมขอเวลาให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนสรุปผล
ส่วนอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 และฝ่ายปกครอง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาในพื้นที่การรบ 66 คน เป็นชาย 16 คน, หญิง 29 คน, เด็กอีก 21 คน โดยมีท่าทีว่าจะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย หลังจับกุมได้ผลักดันกลับกัมพูชาผ่านช่องทางจุดผ่อนปรนการค้า บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท แล้ว ในการจับกุมชุดเดียวกันยังพบกลุ่มผู้ต้องสงสัย คาดว่าเป็นสายลับอีก 10 คน จึงส่งตัวให้สารวัตรทหารเพื่อตรวจสอบและขยายผลต่อไป