จากกรณีคลิปเสียง ความยาวประมาณเกือบ 2 นาที ที่เป็นประเด็นบนสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามีข้าราชการตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก
ทำให้ในเวลาต่อมา พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานกรณีที่ปรากฏข้อมูลประเด็นทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามีข้าราชการตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
กรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคมในวงกว้าง
ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งให้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากหน้าที่ตำแหน่งเดิม และให้ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ 21 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นที่สงสัยว่ามีข้าราชการตำรวจประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ และไม่มีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม หากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้
ผบ.ตร.จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติฯ สั่งการช่วยราชการดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เกิดความเป็นธรรม และไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร. เน้นย้ำนโยบายมาโดยตลอดในการรักษาความโปร่งใสภายในองค์กร มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้สั่งการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม หากพบการกระทำผิดจริงให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และสร้างความศรัทธาคืนกลับสู่องค์กร
ขณะที่ความคืบหน้าในเรื่องนี้ สถานีตำรวจภูธรฉวาง ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเอกสารข่าวระบุในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบแล้ว
ไม่สามารถยืนยันว่าเสียงชายสองคนที่ปรากฏในบทสนทนาเป็นเสียงของบุคคลใดที่เกิดขึ้นจริง จึงอาจจะเกิดจากการสร้างบทสนทนาผ่านเสียงพูด หรืออาจเกิดจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI สร้างขึ้น
และขณะนี้ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของเสียงในการสนทนาว่าเป็นของผู้ใด ทั้งข่าวที่เกิดขึ้นนี้ กระทำโดยไม่ทราบว่ามีจุดมุ่งหมายใด จะทำการตรวจสอบต่อไป