ตลอดระยะเวลาการสู้รบหลายวันที่ผ่านมา จรวด BM-21 ถือเป็นอาวุธหนักที่ทหารกัมพูชา ใช้โจมตีไทยอย่างต่อเนื่อง หลายคนจึงตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเราถึงไม่มีวิธีจัดการ BM-21? เกี่ยวกับเรื่องนี้ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร ไขคำตอบเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวระบุว่า กองทัพบก หรือ กองทัพอากาศ มี จรวด DTi-1G อยู่แล้ว แต่ของเรา นำวิถี Guided ยิงแม่น ตามเป้า ไม่ใช่ยิงสะเปะสะปะ แบบจรวดกัมพูชา
ส่วนคำถามว่าจะสู้กับ BM21 ต้องทำไง ทำไมเราทำลายจรวดนี้ได้น้อย “วาสนา” ให้คำตอบว่า BM-21 อยู่บนรถ เมื่อยิงแล้วย้ายหนี วิ่งหลบไปในชุมชน หรือ ตั้งรถยิงจากชุมชน เพื่อเป็น “โล่มนุษย์” ป้องกันไทยโจมตีทางอากาศ เพราะทหารไทย ไม่ยิงพลเรือนกัมพูชา
ดังนั้น กองทัพอากาศ ใช้การโจมตีทางอากาศ ต่อคลังเก็บกระสุน BM-21 หรือ ที่จอดซ่อนพรางแทน ส่วนกองทัพบกยิงปืนใหญ่สู้ มีคนถามอีกว่าทำไมตอนจรวด BM-21 ยิงเป็นชุดใส่ไทย เราไม่โจมตีทำลายเลย คำตอบ คือ กัมพูชายิงจรวด 40 ลำกล้อง รัวๆ ได้ใน 20-30 วินาที ต่อชุด ยิงเสร็จ วิ่งหนี ซุกชุมชนทันที พร้อมทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ไม่ใช่ความลับ หรือ ความลับ วอนอย่าดรามา
ด้านเพจ การทูตและการทหาร Military & Diplomacy โพสต์ข้อความระบุว่า พูดถึงเหตุผลที่กัมพูชายังไม่ใช้จรวดหลายลำกล้อง PHL-03 คำอธิบายที่เรามักได้ยินจากผู้เชี่ยวชาญในสื่อต่าง ๆ มักจะบอกว่าเป็นเพราะ "จีนไม่ให้รหัส" ทำให้กัมพูชาใช้งาน PHL-03 ไม่ได้ คำอธิบายนี้แม้ผิวเผินจะฟังดูสมเหตุสมผลดี อีกทั้งยังทำให้ดูเหมือนว่าจีนเข้าข้างไทยด้วย
แต่อีกมุมหนึ่ง ถ้าเกิดว่าจีนสามารถทำให้ PHL-03 ของกัมพูชาหมดสภาพได้ด้วยการ "ไม่ให้รหัส" ก็แสดงว่าอาวุธจีนมี "Kill Switch" ที่ก่อนหน้านี้ ฝ่ายจีนไปกล่าวหาว่าอาวุธของสหรัฐฯ เช่น เครื่องบินขับไล่ F-16 มี Kill Switch ถ้าสหรัฐฯ ไม่อนุญาตก็ขึ้นบินไม่ได้บ้าง สามารถกดปุ่มให้เครื่องดับกลางอากาศได้บ้าง เป็นต้น สุดท้ายกลายเป็นจีนมี Kill Switch สามารถทำให้ PHL-03 หมดสภาพได้ด้วยการไม่ให้รหัส
ถึงแม้ส่วนตัวจะเห็นว่าที่กัมพูชายังไม่ใช้ PHL-03 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะถูกจีนห้ามไว้เช่นกัน แต่คงไม่ใช่เพราะจีน "ไม่ให้รหัส" ต้องไม่ลืมว่าจรวดหลายลำกล้องแบบนี้ สามารถควบคุมแบบ Analog หรือ Manual ได้
นอกจากนี้ยังมีลูกจรวดแบบไม่นำวิถีด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้ดาวเทียมเสมอไป แต่วิธีการที่จีนใช้ น่าจะเป็นการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานมากกว่า เช่น อาจจะบอกกัมพูชาว่าถ้าการปะทะยังจำกัดอยู่ที่แนวชายแดน ไทยไม่ได้รุกเข้ามาเกินระยะกี่กิโลเมตร ก็ว่ากันไป ห้ามกัมพูชาใช้ PHL-03 ไม่อย่างนั้นจีนจะตัดความช่วยเหลือ เป็นต้น
คล้ายกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน ครั้งที่ NATO ส่งอาวุธพิสัยไกล เช่น ขีปนาวุธ ATACMS,จรวดร่อน Storm Shadow ให้ยูเครนช่วงแรก ๆ และมีการตั้งเงื่อนไขว่า ห้ามยิงเข้าไปในดินแดนรัสเซีย นั่นเอง
เนื่องจากจีนต้องรักษาความสัมพันธ์กับทั้งไทยและกัมพูชา โดยที่ไทยเราก็ขีดเส้นแดง (red line) เรื่องการใช้อาวุธพิสัยไกลของกัมพูชาไว้ชัดเจน ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็ต้องตั้งเงื่อนไขจำกัดพื้นที่ปะทะเอาไว้ นอกจากเงื่อนไขของจีนแล้ว คาดว่าปัจจัยอีกอย่างหนึ่งคือ PHL-03 และอาวุธระดับสูงอื่น ๆ เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศ KS-1C เป็นอาวุธที่กัมพูชามีอยู่จำนวนน้อย อย่าง PHL-03 ที่กัมพูชามีแค่ 6 ระบบเท่านั้น ไม่เหมือนจรวดหลายลำกล้องตระกูล BM-21 ที่มีเป็นร้อยระบบ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังการใช้งานมากกว่า เพราะถ้าเกิดความสูญเสียขึ้น จะส่งผลต่อแสนยานุภาพของกองทัพกัมพูชาเป็นอย่างมาก