รองศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวพีพีทีวี บอกว่า หากที่ประชุม GBC มีข้อตกลงเรื่องการหยุดยิงกันได้แล้ว ท้ายที่สุดผลก็จะส่งกลับมาที่อาเซียน โดยมีผู้สังเกตการณ์ หรือ AOT คอยติดตามผลทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ดี ส่วนตัวมองว่าที่ผ่านมา การทำงานของคณะ AOT ถือว่าไม่ค่อยมีความพร้อมเท่าไหร่ เพราะเมื่อแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย AOT ก็มักจะเข้าข้างประเทศที่ไปสังเกตการณ์ จึงมองว่าหลังจากนี้ต้องปรับความพร้อมของ AOT ให้มีประสิทธิภาพด้วย
อาจารย์ปณิธาน มองว่า ถึงแม้มีข้อตกลงหยุดยิงใน GBC จริง แต่ก็เชื่อว่าไม่ได้หยุดในทันที เช่นตอนนี้กัมพูชาก็ยังยั่วยุอยู่ เพราะต้องการยื้อเวลาเอาพื้นที่คืนให้มากที่สุด ฉะนั้นไทยประมาทไม่ได้ กัมพูชาอาจเสริมกำลังจุดที่มีโอกาสเอาคืน และโจมตีช่วงชิงพื้นที่ของไทย อีกทั้งอย่าลืมว่าเวทีเจรจา GBC ไม่ประสบความสำเร็จมาแล้ว 3 - 4 ครั้ง ดังนั้นเราควรหันไปพึ่งพาประเทศที่เสนอตัวเข้ามาวางกรอบยุติการปะทะกัน เช่น จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จัดกรอบขั้นตอนการหยุดยิงให้แคบขึ้น เพื่อที่จะไม่ให้ฝั่งกัมพูชาเสริมกำลังรุกล้ำพื้นที่เพิ่มอีก
ส่วนกรณีที่จีนส่งทูตพิเศษมาคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นปัจจัยให้นำไปสู่การหยุดยิงได้เลยหรือไม่นั้น อาจารย์ปณิธาน มองว่า จีนมีอิทธิพลต่อนาย ฮุน เซน เพราะต้องพึงพากันหลายเรื่อง ดังนั้นถ้าไทยชิงพูดคุยกับจีนไปก่อน ก็น่าจะปิดสวิซต์ได้หลายเรื่อง
ขณะที่ ฮุน มาเนต มีความใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา จึงจะฟังสหรัฐฯ เป็นหลัก แต่ส่วนตัวมองว่า นี่คือยุทธศาสตร์ของกัมพูชา ที่ตั้งใจแยกกัน ฝั่งหนึ่งสนิทจีน อีกฝั่งสนิทสหรัฐฯ และท้ายที่สุดกัมพูชาก็จะได้ทั้งสองมหาอำนาจมาเป็นพวกใช้เล่นงานไทย ซึ่งเรื่องนี้วางแผนมานานกว่าสิบปีแล้ว