“รศ.ดร. ปณิธาน” มองปมเครื่องเสียงชายแดน ไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบในเวทีโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“รศ.ดร. ปณิธาน” มองปมเครื่องเสียงชายแดน ไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบในเวทีโลก เปิดปมกัมพูชาวางแผนสู้รบกับไทยมาแล้วกว่า 5 ปี

รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีการเปิดเสียงหลอนของภาคประชาชนในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา ว่าจะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ในเวทีโลก โดยระบุว่า ต้องอาศัยการประเมินของหลายฝ่าย แต่ไม่ได้เป็นความกังวลว่าเราจะเสียเปรียบมากสักเท่าไหร่ เพราะการใช้พลเรือนเข้ามาช่วยในความขัดแย้งปัจจุบันถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเรามีข้อตกลงระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศหลายฉบับ

รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร FB/Panitan Wattanayagorn
รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

หากดำเนินการเป็นไปตามข้อตกลงเหล่านี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหามาก แต่ประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับเครื่องมือและวิธีการจัดการ จึงต้องจัดการระเบียบให้ดี และต้องดูข้อตกลงว่าจะส่งผลกับพลเรือนทั้ง 2 ฝ่าย ตามกติกาสากลและอยู่ในกรอบกฎหมายของไทยหรือไม่อย่างไร? แล้วต้องใช้ตำรวจเป็นตัวช่วยนำทีมในเรื่องเหล่านี้หากเป็นพื้นที่ฝั่งไทย ไปหาเป็นพื้นที่สงครามก็ต้องใช้ทหารตามกติกาสากล ส่วนบทบาทของพลเรือนนั้นมี แต่มีพื้นที่จำกัดรวมทั้งต้องบริหารจัดการให้ดี

เมื่อถามว่า การกระทำดังกล่าวมีข้าราชการฝั่งไทย และเจ้าหน้าที่ทหารไทยอยู่ด้วยจะมีผลเสียหรือไม่? รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลรับรู้อยู่แล้ว เพราะเป็นพื้นที่กฎอัยการศึก ดังนั้นบทบาทของพลเรือนมีอยู่ในระดับนโยบาย และสภาความมั่นคง (สมช.) และในกองทัพก็มี ซึ่งบทบาทของพลเรือนนั้นมีหลากหลาย แต่เมื่อเข้าไปปฏิบัติในเขตพื้นที่แนวหน้าก็จะมีกฎเกณฑ์เพิ่มมากขึ้น แต่หากไม่ทำตามกฎกติกา จะเป็นปัญหาย้อนแย้งให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาอยู่เรื่อยๆ และวันนี้เราเข้าสู่ศักราชใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา และไม่เหมือนในอดีต

ทั้งนี้ หากสามารถยุติสงครามได้จริง เราจะต้องกำหนดเงื่อนไขให้เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศไทย รวมทั้งกัมพูชาด้วย ซึ่ง 75 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชามีความล้มเหลวกันอย่างสิ้นเชิง หากใช้กติกาเดิม ภาคประชาชนก็ยืนยันแล้วว่าเขาไม่ต้องการ ซึ่งรัฐบาลต้องไปแก้ปัญหาในอนาคตร่วมกับประชาชนพลเรือน แล้วจะเป็นบทเรียนของรัฐบาลฝ่ายความมั่นคงที่ต้องใช้พลังอย่างเข้มข้น ส่วนใดที่มีความย้อนแย้งและขัดต่อกติกาสากลก็ต้องรีบกลับไปจัดการให้ดีขึ้น

เมื่อถามถึงสถานการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ระบุว่ากัมพูชาเตรียมการสู้รบกับไทยมาแล้วกว่า 5 ปี รศ.ดร. ปณิธาน  กล่าวว่า การปฏิรูปการป้องกันประเทศของกัมพูชา ได้มีการร่วมมือกับประเทศจีน ร่วมมือกับรัสเซีย และอีกหลายประเทศ โดยมีการประกาศยกระดับขีดความสามารถของกัมพูชา และเพิ่มงบประมาณการทหาร รวมทั้งขอรับความช่วยเหลือ และนำที่ปรึกษาด้านการทหารเข้ามาช่วยบริหารจัดการกองทัพกัมพูชา ทำให้เกิดความก้าวหน้าขึ้นไปมาก จึงเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจใช้กำลังกับไทยในลักษณะที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดปกติ คาดว่าน่าจะมาจากการสะสมกำลัง จะได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ เช่น จีน ที่มีผู้ประกาศจุดยืน ทำให้กัมพูชามีความมั่นใจมากขึ้น รวมทั้งยังมีอีกหลายประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทหารกับกัมพูชา

ขณะเดียวกัน หลังจากที่กัมพูชามีการเตรียมความพร้อมมา 3-5 ปี ด้วยการส่งกำลังพลไปฝึกและนำผู้ช่วยฝึกกลับเข้ามาในประเทศตนเอง และมีโครงการตั้งกองทัพอากาศเพื่อขยายศักยภาพทางเรือ และในวันนี้กัมพูชาจึงได้รับเรือรบ เพราะต้องเตรียมการมาก่อนอย่างน้อย 1-5 ปี ตามโครงสร้างศักยภาพทางการทหาร และกัมพูชามีการนำกำลังเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีอาวุธวิถีไกลและวิถีโค้ง ทำให้ยึดพื้นที่ของไทยได้ในหลายพื้นที่ เมื่อเทียบความพร้อมกับไทย ทำให้เราไม่สามารถผลักดันกัมพูชาออกจากพื้นที่ไปได้ทั้งหมด ทั้งนี้ไม่มีประเทศใดวางกำลังแบบประเทศกัมพูชา ที่มีความล่อแหลม เนื่องจากผิดกฎกติกาอาเซียน

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึง ห้วงที่ผ่านมามีการจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ และคนไทยที่โดนหลอกไป คนไทยบางส่วนพยายามหนีตายออกมาเพื่อกลับไทย สามารถนำประเด็นดังกล่าวมาขยายผลและนำไปจัดการกับกัมพูชาอย่างไรได้บ้าง รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า เป็นเรื่องยาก เพราะปัจจุบันมีข้อตกลงเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วในอาเซียน และสหรัฐอเมริกามีการออกจดหมายเพิ่มเติมเพื่อกดดันแก๊งเหล่านี้ จะเห็นได้ชัดว่าทางยุโรปและสหรัฐอเมริกามีการคว่ำบาตรกัมพูชา ยกเว้นบางประเทศในเอเชียบางประเทศยังไม่ได้คว่ำบาตรก็มีเช่นกัน ซึ่งมีนักวิเคราะห์ชี้ชัดว่ารายได้ส่วนใหญ่ของประเทศกัมพูชามาจากเศรษฐกิจสีเทาและแก๊งสแกมเมอร์ หากไปตัดเส้นเลือดใหญ่ กัมพูชาจะไม่สามารถเดินต่อได้ทางด้านการเผชิญหน้ากับไทย และการบริหารเศรษฐกิจของกัมพูชา จะทำให้กัมพูชานั้นล่มสลายในเชิงการเมือง และสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายชื่อที่พัวพันกับผู้นำกัมพูชา ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราสามารถนำมาเจรจากับสหรัฐอเมริกาโดยเปิดการเจรจาในเดือนนี้ได้ทันที

ว่าจะร่วมมือกับสหรัฐได้อย่างไร เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชาได้ ส่วนกรณีที่ทางเกาหลีใต้เข้ามากดดันหลังจากที่มีพลเรือนเกาหลีใต้ ถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่และซ้อมทรมานจนเสียชีวิต รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า เกาหลีใต้มีปัญหาใกล้เคียงกับไทย ซึ่งไทยก็ควรร่วมมือกับเกาหลีใต้

เมื่อถามถึง ท่าทีของจีน หลังให้การสนับสนุนกัมพูชาจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของไทย-กัมพูชา และจีนด้วย รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า ปัจจุบันได้รับผลกระทบแล้ว เพราะคนไทยเสียชีวิตจากอาวุธจีนที่สนับสนุนกัมพูชา เนื่องจากประชาชนที่เสียชีวิตหรือบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย เกิดจากอาวุธของประเทศจีนที่เป็นน้ำมือของกัมพูชา แล้วจะบอกว่าเป็นอาวุธป้องกันประเทศ แต่ผลกระทบที่ได้นั้นเป็นการรุกรานประเทศไทยไม่ได้ใช้ป้องกันประเทศ ซึ่งประเทศจีนต้องเข้าไปควบคุม

เมื่อถามว่าแนวโน้มความสัมพันธ์ไทย-จีน จะเป็นอย่างไร รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า จะมีความแปรปรวนแม้ขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนก็กลับมาแล้ว แต่หวังว่าจะดีขึ้น ย้ำว่าก็จะมีความแปรปรวนอีกครั้ง เพราะตัวเลขและองค์ประกอบต่างๆ ทำให้เห็นว่าจีนยังไม่ทิ้งกัมพูชา และทิ้งไม่ได้ แต่เราขอให้จีนมีส่วนร่วมในการกดดันกัมพูชาให้ยุติการสู้รบกับไทย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ