ภายหลังรัฐบาลไฟเขียวนโยบายปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ เพื่อฝ่าโจทย์ใหญ่ด้านงบประมาณไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญซึ่งสังคมกำลังจับตาว่าจะทำได้จริงหรือไม่
โดยในเวทีเสวนาปฏิรูปข้าราชการ Firming Thailand ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่างเห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบราชการ พร้อมข้อเสนอไปถึงรัฐบาล และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการปฏิรูปกำลังคน สวัสดิการ ระบบรองรับ และการใช้เทคโนโลยี หรือ AI ช่วยทำงาน
โดยในประเด็นเรื่องการลดกำลังคนนั้น มีความเห็นจาก รศ.ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า การตั้งเป้าหมายการลดกำลังคน 30,000 อัตราภายใน 8 ปี จากอัตรากำลังข้าราชการ 1.7 ล้านคนนั้นถือว่า น้อยเกินไป เพราะถ้าคุมตัวเลขอัตรากำลังไม่ได้ก็จะกระทบการคลังซึ่งขณะนี้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐตอนนี้เป็นตัวแดงถึงขีดสุดแล้ว อีกข้อกังวลหนึ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการปฏิรูประบบราชการคือ ระบบอุปถัมภ์ และเจตจำนงของฝ่ายการเมือง
อีกเรื่องที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่องบประมาณคือ “สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการ” รองศาสตราจารย์ ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้ว่า แนวคิดที่เปลี่ยนระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการไปเป็นประกันสุขภาพเอกชน หรือสิทธิบัตรทองแทนนั้น จากการศึกษาพบว่า ไม่ได้ช่วยลดงบประมาณของรัฐ วิธีการที่ดีที่สุดคือ ทำอย่างไรให้เกิดการใช้เงินอย่างคุ้มค่า และหยุดการรั่วไหลของเงิน
สิ่งที่นักวิชาการฝากย้ำถึงรัฐบาล คือเรื่องเจตจำนงหรือความจริงใจทางการเมืองต้องแรงกล้ามาก ๆ เพราะการปฏิรูปจะใช้เวลานาน ไม่จบในวาระเดียวของรัฐบาล ที่สำคัญต้องมีประสิทธิภาพและคุณภาพเป็นประโยชน์กับประชาชน.