Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“ปราสาทเขาพระวิหาร” ปฐมเหตุความขัดแย้งชายแดนไทย - กัมพูชา ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนไทม์ไลน์ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ปฐมเหตุความขัดแย้งชายแดนไทย - กัมพูชา ?

เฟซบุ๊กเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ได้โพสต์ไล่เรียง ย้อนเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชาตั้งแต่อดีตจนมาถึงวันนี้ ระบุว่า ข้อพิพาทไทยกัมพูชาปฐมเหตุ เกิดจากเรื่องเขาพระวิหารเมื่อนานมาแล้ว กัมพูชาได้ร้องต่อศาลโลกให้ตัดสินว่าปราสาทพระวิหารเป็นของใคร ฝ่ายไทยก็เข้าร่วมสู้ในคดีนี้เพราะคิดว่าศาลโลกคือศาลยุติธรรม แต่ศาลโลกมันกลับกลายเป็นศาลการเมืองระหว่างประเทศและผลคือไทยแพ้คดี ซึ่งถือว่าเป็นความเจ็บแค้นของคนไทยตั้งแต่นั้นตลอดมา

ไทยกัมพูชา FB/ทางรถไฟสายมรณะ
ย้อนไทม์ไลน์ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ปฐมเหตุความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ?

โดยคำตัดสินมี 3 ข้อหลักคือ

1.ตัวปราสาท ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา

2.ไทยต้องถอนทหาร ตำรวจ หรือผู้ดูแลที่อยู่ในปราสาท หรือบริเวณใกล้เคียงในดินแดนกัมพูชาออกไป

3.ไทยต้องคืนวัตถุโบราณที่อาจถูกนำออกจากปราสาทนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีที่ไทยเริ่มส่งกำลังไปรักษาการ

ซึ่งรัฐบาลไทยยอมรับผลจากคำพิพากษาศาลโลก เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2505 ธงชาติไทยที่อยู่บนเขาพระวิหาร ไม่ได้ถูกชักลงจากยอดเสา แต่ประเทศไทยได้ยกทั้งเสาลงมาจากเขาพระวิหารพร้อมกับธงที่ติดอยู่ปลายยอด โดย ครม. ได้กำหนดให้เฉพาะตัวปราสาทเป็นพื้นที่ของกัมพูชา

แต่ปัญหายังไม่จบ เพราะศาลโลกไม่ได้ตัดสินว่ากัมพูชามีสิทธิรอบตัวปราสาทมากน้อยแค่ไหน ส่วนทางไทยก็ตีความตามศาลโลก ว่ากัมพูชามีสิทธิเฉพาะตัวปราสาท ไทยจึงกั้นลวดหนามล้อมปราสาทพระวิหารไว้ทั้งหมดให้แคบที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนกัมพูชาเองก็ยังไม่ยอมหยุดการรุกรานไทย โดยอาศัยรูปลักษณ์เป็นชาติที่พึ่งผ่านสงคราม และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มา แสดงตัวน่าสงสารกล่าวอ้างว่าไทยรังแก กัมพูชาต้องการให้เขตแดนระหว่างไทย เป็นไปตามแผนที่ 1 : 200,000 ซึ่งหากยึดตามนั้น เขาพระวิหารแถบตัวปราสาท พลาญอินทรีและภูมะเขือ ทั้งภู ช่องคานม้า ห้วยตามาเรีย จะตกเป็นของกัมพูชาทันทีทางไทยเองก็ไม่ยอม จึงเกิดพื้นที่ที่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรขึ้นมา

กัมพูชามีความพยายามอีกครั้งที่จะยึดดินแดนไทย โดยทำอุบายนำปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2549 โดยกัมพูชายื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียว ซึ่งได้ขอยื่นจดทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบซึ่งกินพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเข้าไปด้วย รัฐบาลไทยในสมัยนั้นมีท่าที่ประนีประนอม แต่ก็ขอให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงตัวปราสาทเท่านั้น

ไทยกัมพูชา FB/ทางรถไฟสายมรณะ
ย้อนไทม์ไลน์ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ปฐมเหตุความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ?

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2551 รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย จึงได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม สนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหาร จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2551 UNESCO ประกาศให้ปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกของกัมพูชา แต่ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ความตึงเครียดตามชายแดนมีมาตั้งแต่ช่วงที่กัมพูชา จะขึ้นมรดกโลกปราสาทพระวิหาร

จนมาวันที่ 15 ต.ค. 2551 เกิดการปะทะด้วยอาวุธปืนเล็ก และเครื่องยิงลูกระเบิด (M79) บริเวณ "ห้วยตานี" และ "ภูมะเขือ" ใกล้ปราสาทพระวิหาร หลังทหารกัมพูชาพยายามรุกเข้ามาในพื้นที่ที่ไทยถือว่าเป็นเขตแดนไทย มีทหารเสียชีวิตทั้งสองฝ่าย และทหารไทยบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

3 เม.ย. 2552 เกิดการยิงปะทะกันบริเว ภูมะเขือ และผามออีแดง การรบยืดเยื้อประมาณ 1 ชั่วโมง มีการใช้ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง และเครื่องยิงลูกระเบิด ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บ และอาคารบางส่วนในตลาดหน้าปราสาท (ฝั่งกัมพูชา) เกิดเพลิงไหม้ กัมพูชาพยายามรุกคืบ โดยการสร้างชุมชนของคนกัมพูชา และมีการสร้างวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระขึ้น รวมไปจนถึงมีการสร้างถนนคอนกรีต จากดินเขาฝั่งกัมพูชาขึ้นมาที่ช่องคานม้า ผ่านไปวัดแก้วจนขึ้นไปพลาญอินทรีจนถึงตัวปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลง MOU 43 กับฝ่ายไทย

สิ่งเหล่านี้ล้วนชักนำสถานการณ์ไปสู่สงครามใหญ่ในปี 2554 โดยระหว่างวันที่ 4 - 7 ก.พ. 2554 เกิดการปะทะกัน 4 วัน บริเวณใกล้ปราสาทพระวิหารและ ช่องโดนเอาว์ มีกระสุนปืนใหญ่ตกใส่หมู่บ้านในฝั่งไทย ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย และต้องอพยพประชาชนนับหมื่นคน ส่วนตัวปราสาทพระวิหาร ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด  มีทหารเสียชีวิตรวมทั้งสองฝ่ายมากกว่า 10 นาย ความขัดแย้งลามไปถึงปราสาทตาควาย และตาเมือนธม

โดยวันที่ 22 เม.ย- ต้นเดือน พ.ค. 2554 เกิดการปะทะอย่างหนักบริเวณ ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์การรบยาวนานกว่า 10 วัน มีการใช้ปืนใหญ่ยิงลึกเข้าไปในดินแดนของกันและกัน โรงเรียนและบ้านเรือนประชาชนใน อ.พนมดงรัก และ อ.กาบเชิง ได้รับความเสียหายอย่างมาก ชาวบ้านต้องอาศัยในหลุมหลบภัยและศูนย์อพยพนานนับสัปดาห์

การปะทะในปี 2554 นำไปสู่การที่กัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลโลก เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว และตีความคำพิพากษาปี 2505 ใหม่ว่า กัมพูชา มีสิทธิเหนือพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ตลอดจน 4.6 ตารางกิโลเมตรหรือไม่?

ขณะที่ศาลโลกรับคำร้องและมีคำตัดสินในปี 2556 โดยศาลโลกไม่ได้ตัดสินยกพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.ให้กัมพูชา และมองว่าภูมะเขือไม่ได้เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหาร แต่ศาลโลกมองว่าเขตแนวรั้วเดิมที่ไทยกำหนดไว้ ตาม มติ ครม.ปี 2505 นั้นมันชิดรอบตัวปราสาทมากเกินไป ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีรั้วนั้นแล้ว เพราะกัมพูชารื้อทิ้งไปหมด ศาลมองว่าจริงๆ กัมพูชาควรมีสิทธิ์ในพื้นที่มากกว่านี้ ในบริเวณพื้นที่ยอดของเขาพระวิหารเท่านั้น ไม่ได้กว้างใหญ่เหมือนที่กัมพูชาต้องการ

แต่ศาลเองไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าจากจุดใด ไปจุดใด เพียงพูดกลางๆ ว่าด้านบนของยอดเขาเท่านั้น และก็ต้องใช้การพูดคุยของทั้งสองประเทศมาหาข้อตกลง ซึ่งอย่างที่เราเห็นกัมพูชาไม่มีทางทำตามข้อตกลง ถ้าตนเองเสียเปรียบ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาความพยายามขยายและรุกคืบเข้ายึดพื้นที่พลาญอินทรี คานม้า ห้วยตามาเรีย ภูมะเขือส่วนติดหน้าผา ช่องโดนเอาว์ พลาญยาว ไล่เรียงไปจนถึงพลาญหินแปดก้อน ด้วยทุกเล่ห์กล การแอบเข้ามาตั้งฐาน การขอลาดตระเวนร่วมกับทหารไทย แล้วสุดท้ายก็บอกว่าตรงนั้นคือพื้นที่ของเขา

เมื่อยึดพื้นที่ได้กัมพูชาก็จะพยายามขยายแนวเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อเบียดทหารไทยให้ถอยไป หลังจากสงคราม 5 วัน เราสามารถยึดภูมะเขือได้ทั้งหมด และมีกำลังทหารไทยที่ห้วยตามาเรียซึ่งเกิดเหตุเหยียบกับระเบิดไปก่อนหน้านี้

ฝ่ายกัมพูชาได้วางกำลังทหารและอาวุธระเบิดจำนวนมาก ในแถบพื้นที่ห้วยตามาเรีย และบริเวณเขาพระวิหาร พลาญอินทรี คานม้า วัดแก้วสิกขาคีรี ตลอดจนพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร และเมื่อฐานทหารหรือฐานยิงอาวุธวิถีโค้งที่อยู่ในพื้นที่เขาพระวิหารทั้งหมดยิงใส่เรา ถือว่าเป็นภัยคุกคามกับทหารไทย ฝ่ายเราเองมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง และทำลายภัยคุกคามเหล่านี้

ไทยกัมพูชา FB/ทางรถไฟสายมรณะ
ย้อนไทม์ไลน์ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ปฐมเหตุความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ?

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ