Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

สรุปข่าวเด่น ประเด็นร้อนปี 2568 อุบัติเหตุทางการเมือง ไปจนถึงเรื่องราวสุดแซ่บคนบันเทิง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สรุปข่าวเด่น ประเด็นร้อนตลอดปี 2568 ตั้งแต่อุบัติเหตุทางการเมือง เหตุปะทะชายแดนไทย - กัมพูชา ที่ยังต้องจบตาอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงเรื่องสุดแซ่บคนบันเทิง

ตลอดปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญหลากหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงวงการบันเทิง หลายประเด็นกลายเป็นข่าวร้อนแรงที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในโลกออนไลน์ สร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้าง ส่งผลต่อความรู้สึกของสังคมและทิศทางของประเทศในหลายด้าน โดย PPTVHD 36 Online ได้รวบรวมเหตุการณ์เด่นที่เกิดขึ้นตลอดปี 2568     

ไทยกัมพูชา FB/Army Military Force
พื้นที่ปราสาทตาควาย - เนิน 350

สถานการณ์ตึงเครียดปะทะเดือดชายแดนไทย – กัมพูชา

ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดจนถึงทุกวันนี้ สำหรับสถานการณ์การปะทะชายแดนไทย - กัมพูชา โดยจุดเริ่มต้นการปะทะครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2568 กัมพูชาระดมใช้อาวุธหนัก BM-21 และ RPG ยิงเป้าหมายพลเรือนไทย หลังเกิดเหตุประชาชนชายแดนต้องอพยพหนีตาย บางส่วนอยู่ในบังเกอร์ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพในศูนย์พักพิง

กองทัพอากาศส่งเครื่องบิน F-16 โจมตีเป้าหมายทางทหาร และเครื่องยิง BM-21 เพื่อลดความสูญเสียของประชาชน การปะทะทวีความรุนแรงมากขึ้นในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ จนถึงวันที่ 29 ก.ค. 2568 ไทย - กัมพูชา ตกลงหยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ในเวลา 00.00 น. สรุปเหตุการณ์ครั้งนั้น ทหารเสียชีวิต 15 นาย บาดเจ็บ 177 นาย พลเรือนเสียชีวิต 16 ราย บาดเจ็บ 38 ราย

อย่างไรก็ตาม กัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ และอนุสัญญาออตตาวาเรื่อยมา จนเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 เกิดการปะทะกันขึ้นอีกครั้ง โดยฝ่ายกัมพูชายิงใส่ฝ่ายไทยก่อน โดยในครั้งนี้การปะทะรุนแรงกว่าครั้งก่อนเป็นเท่าตัว ทหารไทยสู้รบตลอดแนวชายแดนทั้งพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2569 กองทัพไทยสามารถยึดพื้นที่อธิปไตยไทยคืนได้กว่า 99% โดยเฉพาะจุดสูงข่มสำคัญ เช่น ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา เนิน 350 ช่องอานม้า เนิน 677 เป็นต้น

ขณะที่มีทหารกล้าพลีชีพป้องกันชาติ 23 ราย ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย และเสียชีวิตทางอ้อม 37 ราย กระทบประชาชนที่ต้องอพยพอยู่ในศูนย์พักพิงกว่า 130,000 คน

การปะทะครั้งนี้กินระยะเวลายาวนานถึง 20 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 - 27 ธ.ค. 2568 แม้ว่าจะมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 72 ชม. เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 นับตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป แต่ก็ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่ากัมพูชาจะละเมิดข้อตกลงอีกหรือไม่

คดีอื้อฉาวสะเทือนวงการสงฆ์ "สีกากอล์ฟ" เขย่าศรัทธาสังคม

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการผ้าเหลือง ชื่อของ “สีกากอล์ฟ” ถูกพูดถึงว่อนโลกออนไลน์ จนได้รับฉายาว่า “นารีพิฆาตพระ” จุดเริ่มต้นเกิดจากอดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพได้ลาสิกขาอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2568 ต่อมามีการสืบสวนเรื่องราวจนทราบว่าเกิดจากคลิปลับสัมพันธ์สวาทกับสีกากอล์ฟ แต่ที่พีกยิ่งกว่านั้นคือไม่ใช่อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพเพียงรูปเดียว แต่มีพระชั้นผู้ใหญ่เอี่ยวสีกากอล์ฟอีกจำนวนมาก

จากการขยายผลตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าสีกากอล์ฟมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระชั้นผู้ใหญ่หลายสิบรูป เธอมีพฤติกรรมเลือกเจาะจงเฉพาะพระที่มีฐานะร่ำรวย เข้าถึงง่าย จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือพบว่า มีคลิปวิดีโอและภาพถ่ายเชิงชู้สาวกับพระชั้นผู้ใหญ่กว่า 80,000 ไฟล์ นำมาซึ่งการสึกพระครั้งใหญ่ การตั้งคำถามของสังคม รวมถึงความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา รายงานระบุว่าเส้นเงินอุปถัมภ์โอนเข้าบัญชีกว่า 300 ล้านบาท โดยพบว่าเจ้าตัวมีการนำเงินบางส่วนไปเล่นพนันออนไลน์

สีกากอล์ฟ ช่างภาพพีพีทีวี
คดีอื้อฉาวสะเทือนวงการสงฆ์ "สีกากอล์ฟ" เขย่าศรัทธาสังคม

15 ก.ค. 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำกำลังเข้าจับกุม สีกากอล์ฟ อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ม.147 ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ภายในบ้านพักหมู่บ้านหรู จ.นนทบุรี ต่อมา 17 ก.ค. 2568 ตำรวจควบคุมตัว “สีกากอล์ฟ” ไปขอฝากขังต่อศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง มีผู้เสียหายจำนวนมาก และเกรงจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

นอกจากนี้ ชื่อของสีกากอล์ฟ ถูกค้นหาบน Google มากที่สุดในปี 2568 จากประเด็นคดีทุจริตและเครือข่ายผลประโยชน์ที่เขย่าวงการผ้าเหลืองอีกด้วย

รวมอุบัติเหตุการเมืองร้อนปี 2568 

ย้อนเส้นทาง 2 ปี เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 3 คน

เดือดไม่แพ้วงการอื่น สำหรับข่าวการเมืองที่คุกรุ่นตั้งแต่ปี 2567 หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2567 ส่งผลให้นายเศรษฐาพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วยทั้งคณะ

16 ส.ค. 2567 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อุ๊งอิ๊งค์” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 โดยการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีดำเนินเรื่อยมา จนเมื่อสมเด็จฯ ฮุน เซน เผยแพร่คลิปเสียงบทสนทนาระหว่างแพทองธารกับตน นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ช่างภาพพีพีทีวี
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร

20 มิ.ย. 2568 กลุ่ม สว. 36 คน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่และถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ต่อมา ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์รับตรวจสอบปมคลิปเสียงบทสนทนาแพทองธาร ชินวัตร และฮุน เซน จากนั้นในวันที่ 1 ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 สั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย และรับคำร้อง สว. ไว้พิจารณา

29 ส.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะขาดคุณสมบัติและฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ภายหลังการพ้นจากตำแหน่งของ “นายกฯ อุ๊งอิ๊งค์” นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินสายจีบหลายพรรค รวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคประชาชนยื่น 5 ข้อเสนอ หนึ่งในนั้นคือการยุบสภาใน 4 เดือน และเร่งรัดการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อแลกกับการโหวตสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยที่พรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้รัฐบาลอนุทินเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ช่างภาพพีพีทีวี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล

7 ก.ย. 2568 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ครม.อนุทิน” ในวันที่ 19 ก.ย. 2568 คณะรัฐมนตรีดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 11 ธ.ค. 2568 นายอนุทินประกาศยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน

12 ธ.ค. 2568 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 มีผลทันที กำหนดเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน

ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี "ทักษิณ ชินวัตร" กรณีนอนรักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ

10 ม.ค. 2568 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลศาลฎีกาฯ พิจารณาข้อกฎหมายกรณีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ หรือ เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ อาจขัดต่อบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 246 ที่กำหนดให้การทุเลาการบังคับโทษจำคุกนั้น เป็นอำนาจของศาล อีกทั้งการนำตัวนายทักษิณไปพักรักษาตัวชั้นที่ 14 ซึ่งเป็นห้องที่แยกต่างหากจากผู้ป่วยทั่วไปอาจขัดกับกฎกระทรวงฯ ปี 2563 ข้อ 4 (2) ซึ่งห้ามผู้ต้องขังเข้าอยู่ในห้องพักพิเศษแยกจากผู้ป่วยทั่วไป

ต่อมา ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งรับคำร้องขอของนายชาญชัยไว้พิจารณาไต่สวน ในคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 โดยศาลฎีกาฯวินิจฉัยว่า แม้นายชาญชัยจะไม่ใช่คู่ความ ไม่ใช่ผู้เสียหายจากการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯได้ แต่เมื่อนายชาญชัยนำความขึ้นมาปรากฏต่อศาลฎีกา ทำให้ศาลฎีกามีอำนาจไต่สวนการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดหรือไม่ ศาลจึงมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องของของนายชาญชัยให้ ป.ป.ช.,อัยการ, จำเลย (นายทักษิณ) , ผู้บัญชาการเรือนจำกรุงเทพมหานคร , อธิบดีกรมราชทัณฑ์ , แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ และให้ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งให้ศาลภายใน 30 วัน

นายทักษิณ ชินวัตร ช่างภาพพีพีทีวี
นายทักษิณ ชินวัตร

หลังจากที่ศาลฎีกาฯ รับไต่สวนคดีบังคับโทษนายทักษิณเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่นั้น ที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ครั้งที่ 5/2568 มีมติลงโทษแพทย์ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรักษานายทักษิณ โดยเป็นการว่ากล่าวตักเตือน 1 คนในกรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ได้มาตรฐาน และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 คน ในกรณีให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์ไม่ตรงกับความเป็นจริง

13 มิ.ย. – 30 ก.ค. 2568 ศาลฎีกาฯ ด้มีการนัดนายทักษิณ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และพยานเข้ามาไต่สวนรวม 7 นัด โดยศาลฎีกฯ ได้มีคำสั่งให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และนายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีดังกล่าว มาฟังคำสั่งศาลในวันที่ 9 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น.

4 ก.ย. 2568 นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางออกนอกประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากสนามบินดอนเมือง โดยเจ้าตัวได้เปิดเผยภายหลังว่า ต้องไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ แต่เนื่องจากถูก ตม. กักตัวนาน 2 ชม.ทำให้ต้องไปลงจอดที่ดูไบแทน พร้อมยืนยันว่ากลับไทยแน่นอนภายในวันที่ 8 ก.ย. 2568

8 ก.ย. 2568 นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง เวลาประมาณ 15.00 น. จากนั้นเดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

9 ก.ย. 2568 ศาลฏีภาแผนกคดีอาญาของผู้โดยรวมตำแหน่งทางการเมือง สั่ง "ทักษิณ" กลับไปจำคุก 1 ปี ชี้การบังคับโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย – ไม่นับเป็นการบังคับโทษตามกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว ทักษิณ เข้าเรือนจำฯ ทันที

ปฏิบัติการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ ข้ามชาติ ปี 2568

กวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ ทลายรัง “KK Park - ชเวก๊กโก”

การตัดไฟที่ "ชเวก๊กโก" (Shwe Kokko) ของเมียนมา เป็นมาตรการของทางการไทยที่เริ่มขึ้นเมื่อ 5 ก.พ. 2568 โดยเป็นการตัดไฟฟ้าที่ส่งจากไทยไปยังพื้นที่ชายแดนเมียนมา เพื่อกดดันแก๊งสแกมเมอร์ที่ แต่แก๊งแก๊งสแกมเมอร์ก็พยายามใช้เครื่องปั่นไฟและน้ำมันสำรองเพื่อทำงานต่อจุดที่ตัดไฟประกอบด้วย 5 จุดหลัก 

  • บริเวณริมฝั่งแม่น้ำแม่สาย จ.เชียงราย ถึงเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา
  • บ้านเมืองแดง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถึงเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน
  • บริเวณบ้านห้วยม่วง อ.แม่สอด จ.ตาก ถึงเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง
  • บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด จ.ตาก ถึงเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง
  • บริเวณพรมแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถึงเมืองพญาตองซู รัฐมอญ

การปราบปรามสแกมเมอร์ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568 กองทัพเมียนมาและกองกำลัง BGF บุกทลายฐานสแกมเมอร์แห่งที่ 2 ในพื้นที่ชเวก๊กโกหลังเมื่อกลางเดือน ต.ค. เพิ่งบุกค้นเคเคพาร์ก (KK Park) รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวว่า ได้เริ่มปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ข้ามพรมแดนและการพนันผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. โดยบุกค้นเคเคพาร์กเมื่อเดือน ต.ค. ทำให้มีผู้คนกว่า 1,500 คน จากกว่า 20 ประเทศที่เคยทำงานที่นั่นได้ข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทย

กวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ ทลายรัง “KK Park - ชเวก๊กโก” สตริงเกอร์ ตาก
กวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ ทลายรัง “KK Park - ชเวก๊กโก”

ต่อมา “ไทย จีน เมียนมา” ได้ผนึกกำลังปฏิบัติการกวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ ทลายตึก “KK Park - ชเวก๊กโก” ฐานบัญชาการใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนทั่วโลก ส่งผลให้กลุ่มจีนเทาและลูกจ้างสแกมเมอร์แตกฮือ ไม่สามารถทำการหลอกลวงคนได้ออกต่อไป 

ผลพวงจากการทุบทำลายตึกและฐานที่มั่น ทำให้กลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีนที่พยายามหลบหนีออกจากพื้นที่ KK Park และ ชเวก๊กโก ถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาจับกุมตัวได้ในที่สุด โดย นายหลิวจงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางไปตรวจสอบ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวไว้ เพื่อรอขั้นตอนการส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นจุดจบของขบวนการต้มตุ๋นข้ามชาติที่สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยและคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

กวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ ทลายรัง “KK Park - ชเวก๊กโก” ผู้สื่อข่าว
กวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ ทลายรัง “KK Park - ชเวก๊กโก”

 

รวมเรื่องร้อนคนบันเทิงปี 2568 

นานา ไรบีนา 

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องร้อนสนั่นวงการบันเทิง หลังเพจดัง “ท่านเปา” ออกมาแฉดาราอักษรย่อ น. ชวนเพื่อนลงทุน สูญเงินหลายร้อยล้านบาท จนชาวเน็ตแห่ใส่ใจเดาว่าหมายถึงใคร จุดแตกหักแก๊งนางฟ้า สมาชิกในแก๊งเริ่มออกมาเลิกติดตามไอจีของนานา ไรบีนา กระแสดรามาแรงขึ้นจนเจ้าตัวได้ออกมาไลฟ์สดยอมรับว่า ดาราอักษรย่อ น. คือตัวเอง พร้อมเปิดเผยว่านำเงินไปทำธุรกิจแต่ประสบปัญหา พร้อมยอมรับความผิดพลาดและขอแก้ไขเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นได้ประกาศขายบ้านหรู 69 ล้านบาทเพื่อใช้หนี้

นานา ไรบีนา IG/nanarybena
นานา ไรบีนา

3 ธ.ค. 2568 ตำรวจ ปอศ. จับกุมนานา ไรบีนา ที่บ้านพักย่านพระโขนง ในข้อหาฉ้อโกงและกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน สำหรับพฤติการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า “นานา ไรบีนา” หลอกเพื่อนสนิทลงทุนปล่อยสินเชื่อและเทรดหุ้น รวม 4 ธุรกิจ มีผู้เสียหายรวม 17 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 190 ล้านบาท

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังครั้งแรก นานา ไรบีนา ได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ศาลอาญาฯ พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีวงเงินประกัน 1 ล้านบาท และมีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น

จุดเริ่มต้นดรามาเกิดจากที่ “แม่เกตุ” ออกมาโพสต์ข้อความในเชิงตัดพ้อถึงปัญหาครอบครัวที่กำลังประสบอยู่ จนทัวร์เริ่มไปลงลูกสาว จากนั้นไม่นาน “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ก็ได้ออกมาโต้ในอีกมุมหนึ่งถึงปัญหาครอบครัวเช่นกัน โดยทั้งคู่ต่างออกมาตอบโต้กันถึงประเด็นหนี้สินและปัญหาภายในครอบครัวที่ไม่ลงตัว แม้จะรักกันมากแต่ก็ต้องแยกทางกันในเรื่องการเงินและการช่วยเหลือกัน โดย “เจนนี่” ยืนยันว่าตนได้ช่วยเหลือแม่เรื่องเงินจำนวนมาก แต่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อไปได้ และไม่ต้องการให้ใครมาทวงหนี้จากเธออีก หลังจากที่เธอเคยซื้อรถให้แม่เกตุ แต่เกิดปัญหาที่แม่เกตุนำรถไปจำนำจนเธอต้องไถ่คืนหลายครั้ง

 

ในขณะเดียวกัน “แม่เกตุ” ได้ออกมาไลฟ์สดชี้แจงว่า ตนเป็นหนี้เองจากการลงทุนหวย และไม่ได้รับความช่วยเหลือจากลูกในเรื่องรถหรือบ้าน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ไปเล่นการพนันตามที่ถูกกล่าวหา ส่วน “เจนนี่” ที่ออกมาไลฟ์สดทั้งน้ำตา เปิดเผยว่า ปัญหานี้เกือบทำให้ความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม “ยิว” ต้องจบลง และส่งผลกระทบต่อครอบครัวอย่างหนัก โดย “เจนนี่” ยืนยันว่ารักแม่มาก แต่ไม่สามารถทนต่อสถานการณ์นี้ต่อไปได้ พร้อมหวังว่าปัญหานี้จะจบลง เพื่อไม่ให้ลูก ๆ ต้องเผชิญปัญหาคล้ายกับเธอในอนาคต

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น
เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น

Bottom-Volley-LS Bottom-Volley-LS

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ