แม้ว่าสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย - กัมพูชา จะอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่มีรายงานว่าขณะนี้กองทัพกัมพูชา ยังเติมกำลังทหาร ขนอาวุธและเสบียงต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ล่าสุด พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ เชื่อว่า กัมพูชากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อปะทะกับไทยรอบที่ 3 เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวว่ากัมพูชาขนอาวุธ และนักรบรับจ้างเข้าประเทศแล้ว
พล.อ. รังษี ระบุว่า สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวว่า พบเครื่องบินจากเบลารุส บินไปที่เคนยา เพื่อขนอาวุธจากตลาดมืดกับนักรบรับจ้าง
ก่อนจะบินไปลงจอดที่สนามบินเตโช ประเทศกัมพูชา ส่วนข้อมูลจากข่าวกรองพบว่า กัมพูชาเพิ่มเติมกำลังทหารและขนเสบียงขึ้นไปที่แนวหน้า ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นี้ เป็นสิ่งบอกเหตุทางทหารว่า กัมพูชามีแผนปะทะกับไทยรอบที่ 3 แน่นอน
พล.อ.รังษี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ฮุน เซน ส่งสัญญาณมาโดยตลอดว่าจะเล่นเกมยาวกับไทย เพราะตอนนี้เศรษฐกิจกัมพูชากำลังเข้าสู่สภาวะพังพินาศ เงินทุนสำรองในประเทศหมดตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว,ธนาคาร 2 แห่งล้มละลาย ภาคอุตสาหกรรมแรงงานพังจากการปิดด่าน ฮุน เซน จึงต้องการให้มีการปะทะกันต่อเนื่อง เพราะจะได้สร้างสถานการณ์ว่า ยังอยู่ในช่วงของการทำสงคราม เพื่อหลอกประชาชนของตัวเองว่า ที่เศรษฐกิจย่ำแย่ ไม่ได้มาจากการบริหารประเทศของตัวเอง
พล.อ.รังษี เผยว่า สิ่งที่ไทยต้องจัดการมีทั้งศึกนอกและศึกใน โดยศึกในคือ ข้าราชการ นักการเมืองและนักธุรกิจสีเทาที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ เราต้องจัดการแหล่งเงินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสีเทาให้เด็ดขาด ส่วนศึกนอก คือ เรื่องการปะทะหากฮุนเซนยิง BM-21 เข้ามาที่เขตพลเรือนอีก เราต้องมุ่งเป้าโจมตีไปที่บ่อนพนันตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่ปอยเปตถึงพื้นที่กองทัพภาค 2
พล.อ.รังษี ย้ำว่า กองทัพไทยประมาทไม่ได้ เพราะ ฮุน เซน เป็นคนที่ปรับแผนตลอดเวลา สิ่งที่ฝั่งเราต้องทำคือต้องมีแผนตอบโต้ให้ดี ขณะเดียวกันต้องระวังเรื่องสงครามข่าวสารด้วย เช่นตอนนี้ที่กัมพูชาสร้างสถานการณ์ให้คนขึ้นไปบนปราสาทพระวิหาร เพื่อทำให้เห็นว่า ไม่ได้มีฐานทหาร แต่ไทยกลับใช้กำลังโจมตีจนตัวปราสาทเสียหาย ทางการทูตก็ต้องเร่งปฏิบัติการเชิงรุก ส่งภาพการสร้างฐาน ขนกองกำลังทหารเข้าปราสาทฯ ส่งให้เวทีโลกรับรู้ ซึ่งเชื่อว่าก่อนหน้านี้เคยส่งไปบ้างแล้ว
ขณะเดียวกัน พล.อ.รังษี แสดงความคิดเห็นกรณีที่สหรัฐฯ ใช้กองทัพโจมตีเวเนซุเอลา แล้วจับ นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลา กรณีที่หลายคนออกมาเปรียบเทียบว่าอยากให้ไทยจับ ฮุน เซน แบบนั้นบ้าง พล.อ.รังษี บอกว่าถ้าขีดความสามารถของไทยมีพอก็ควรจับ ฮุน เซน มาลงโทษที่ประเทศไทยเหมือนกัน เพราะ ฮุน เซน ถือเป็นอาชญากรสงคราม อย่าง “มาดูโร” กับภรรยา การจับกุมมีเพียงข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่รู้ว่าทำผิดจริงหรือไม่ แต่ ฮุน เซน นำจรวดยิงเป้าหมายพลเรือน ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานที่เห็นกันทั้งโลก
ส่วนกรณีการเมืองของไทยตอนนี้ พรรคประชาชนถูกโจมตีด้วยวาทกรรมว่า “ด้อยค่าทหาร” นั้น พล.อ.รังษี บอกว่า ตอนนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ช่วงสู้รบกับกัมพูชาทหารทำอะไรให้กับประเทศนี้บ้าง แล้วการที่ออกมาแก้ว่าไม่ได้พูดถึงทหารภาพรวม แต่เป็นการพูดถึงทหารที่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ระดับนายพล พล.อ.รังษี บอกว่า “อย่าคิดว่าทหารระดับพลเอก พลโท ไม่เคยเสี่ยง ทุกอย่างเป็นช่วงจังหวะของชีวิต ทหารระดับพลเอก ช่วงที่เป็นร้อยตรี ก็เคยไปรบ ซึ่งส่วนตัวมองว่าคนที่เก่งที่สุดในสนามรบก็คือคนที่เสียชีวิต”
พล.อ.รังษี บอกว่า วันนี้ประเทศไทยมีวิกฤตถึง 3 ด้าน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจที่มีหนี้สินกว่า 55 ล้านล้านบาท มีการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องความมั่นคงที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ เพราะฉะนั้นควรคิดกันดีกว่าว่าเราจะทำให้ประเทศรอดจาก 3 วิกฤตนี้ยังไง ไม่ใช่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นตอนนี้กลับตัวกลับใจอย่าดันทุรังหรือมีอคติจะดีกว่า