ยายวัย 73 ปี ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นำคลิปหลานชายที่ถูกกักขังในห้อง สภาพถูกซ้อมทรมานที่กัมพูชา ร้องให้นายกฯ ช่วยเหลือพากลับบ้าน หลังมีหญิงสาวหลอกหายจากบ้าน รู้ข่าวอีกทีหลานส่งคลิปขอความช่วยเหลือผ่านเพื่อน
นางบัวไข อายุ 73 ปี ชาว ต.โคกว่าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้นำคลิปหลานชายวัย 25 ปี ที่ถูกกักขังในห้องรวมกับแรงงานสัญชาติไทย และประเทศอื่นกว่า 10 คน ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งหลานได้ถ่ายคลิปส่งข้อความช่วยเหลือผ่านเพื่อนบ้าน
โดยยายได้นำคลิปดังกล่าวออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายกรัฐมนตรี หาแนวทางช่วยเหลือหลานชาย เพราะหลานบอกว่าถูกบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ หากไม่ทำหรือทำไม่ได้ตามเป้า จะถูกซ้อมทรมานด้วยการทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อต จนใบหน้าเขียวช้ำ ขาและเท้าบวม จึงพยายามติดต่อผ่านเพื่อนบ้านเพื่อขอให้ช่วยเหลือ
ยาย เล่าว่า ปกติหลานชาย ทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่แถวบ้าน แต่เมื่อช่วงเดือน พ.ย.2568 ได้มีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง ทราบเพียงว่าอยู่จังหวัดนครราชสีมา ไปไหนมาไหนกับหลานประมาณ 3 – 4 วัน แต่ตนก็ไม่ได้ซักถามอะไรหลานมาก คิดว่าอาจเป็นสาวที่คบหาจึงไม่ได้ยุ่งเรื่องส่วนตัว จากนั้นหลานก็หายออกจากบ้านไป ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าหลานไปไหน
กระทั่งวันที่ 27 พ.ย.68 ถึงมาทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่าหลานถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา เพราะหลานพยายามติดต่อผ่านเพื่อนบ้านเพื่อให้ประสานทางการช่วยเหลือพากลับบ้าน หลังทราบเรื่องจึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.ละหานทราย หวังให้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือพาหลานกลับบ้าน สงสารและเป็นห่วงหลานมาก เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหลานๆ บอกว่า หากทำงานให้เขาไม่ได้ก็จะถูกทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อต ซึ่งยายก็เห็นสภาพที่หลานหน้าบวมช้ำ จากการถูกทำร้ายถึงกับร้องไห้พูดไม่
ทั้งนี้ยายบัวไข ยังได้จุดธูปไหว้ศาลหน้าบ้าน เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งน้ำตาด้วยว่า ขอให้คุ้มครองหลานให้ปลอดภัยและได้กลับบ้าน หากหลานทำผิดกรณีที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ ก็ให้นำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในไทย เพราะหากอยู่ที่นั่นไม่รู้จะต้องเจอกับอะไร
ด้านนายวิจิตร เมืองสีดา ผู้ใหญ่บ้านหนองถนน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายายไม่เคยแจ้งให้ทราบว่าหลานถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา เพราะที่ผ่านมาก็เห็นทำงานรับจ้างอยู่ในพื้นที่ เพิ่งจะทราบวันนี้จึงได้ลงพื้นที่มาสอบถามข้อเท็จจริง หลังจากนี้ก็จะได้รายงานข้อมูลให้นายอำเภอรับทราบ เพื่อที่จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป