องค์กรภาคประชาสังคมของกัมพูชาได้ออกมาเตือนถึงวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงที่เกิดจากการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยอ้างว่า ควันพิษ มลพิษทางเคมี และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด ได้ทำให้ประชาชนหลายร้อยคนเจ็บป่วย สัตว์เลี้ยงตาย แหล่งน้ำปนเปื้อน และทำให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่
รส โสธา กรรมการบริหารของกลุ่มพันธมิตรเพื่อสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRAC) เตือนว่า ผลกระทบนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
“การกระทำของกองทัพไทยต่อกัมพูชาถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กฎหมายระหว่างประเทศ และความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เพียงแต่คุกคามชุมชนกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังคุกคามความมั่นคงของภูมิภาคด้วย” รส โสธา กล่าว
ทางการจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัยอ้างว่า ระหว่างเดือน ก.ค. – ก.ย. 68 ได้ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการดำรงชีวิตจากควันพิษที่กองทัพไทยใช้ระหว่างการปะทะกันตามแนวชายแดน
รายงานอ้างว่า หมู่บ้าน 121 แห่งตามแนวเทือกเขาพนมดงรักได้รับผลกระทบ โดย 27 แห่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
รายงานอ้างว่า ประเทศไทยยอมรับว่าใช้ฟอสฟอรัสขาวและสารเคมีอื่น ๆ โดยยืนยันว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือน แต่การกระทำดังกล่าวอาจละเมิดพิธีสารเจนีวาและข้อตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ
ฮิง โนน สตรีชาวพุทธจากหมู่บ้านทมาดอน จังหวัดอุดรมีชัย อ้างว่า เธอมีอาการทันทีหลังจากควันพิษลอยผ่านบ้านของเธอ โดยอธิบายว่ามีกลิ่นคล้ายยาฆ่าวัชพืชแรงมากจนทำให้เธอปวดหัว
รายงานยังอ้างว่า แหล่งน้ำใกล้เขตความขัดแย้ง เช่น อ่างเก็บน้ำกำปิงปอยและทะเลสาบรัมโดสรี ถือว่าไม่ปลอดภัยเนื่องจากมีระดับ pH สูงและมีปริมาณอะลูมิเนียมสูง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว มลพิษทางอากาศยังคงรุนแรง โดยมีรายงานบ่อยครั้งเกี่ยวกับควันสีที่ปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในทันที
รส โสธา กล่าวว่า ผลกระทบในระดับภูมิภาคนั้นมีนัยสำคัญและนี่ไม่ใช่ปัญหาของกัมพูชาเพียงอย่างเดียว อาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศต้องดำเนินการเพื่อเอาผิดกับฝ่ายที่รับผิดชอบและร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตนี้
เขากล่าวว่า น้ำที่ไหลจากพื้นที่สู้รบบนที่ราบสูงลงสู่ทะเลสาบโตนเลสาบและแม่น้ำโขงอาจคุกคามระบบนิเวศปลายน้ำ
ด้าน ซึง สโรน ผู้อำนวยการบริหารของ NGO Forum on Cambodia กล่าวเสริมว่า แม้จะมีการหยุดยิงแล้ว แต่ความต้องการด้านมนุษยธรรมเร่งด่วนยังคงมีอยู่
“หลายครอบครัวสูญเสียบ้านเรือน พืชผลถูกทำลาย และทรัพย์สินส่วนตัวถูกขโมย” เขากล่าว และเสริมว่า เกษตรกรยังคงหลีกเลี่ยงการเก็บเกี่ยวข้าวและพืชผลอื่น ๆ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการปนเปื้อนทางเคมี ขณะที่ต้นไม้ผลและปศุสัตว์ รวมถึงสัตว์ปีก หมู แมว และสุนัข ตายเป็นจำนวนมาก
เรียบเรียงจาก Khmer Times