Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

”พ.ต.อ.ภาคภูมิ“ อดีตคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” ชี้คดีสินบนทองมีพยานอีกเพียบ ตร.เปิดหลักฐานแค่ 40%

โดย PPTV Online

เผยแพร่

”พ.ต.อ.ภาคภูมิ“ อดีตคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” ชี้คดีสินบนทอง 246 บาท มีพยานบุคคลอีกเพียบ เผยตำรวจเปิดหลักฐานแค่ 40% เท่านั้น แจงออกมาแฉเพราะถูกโยนความผิด

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดโต๊ะข่าวพีพีทีวี บอกว่า คลิปวิดีโอการส่งทองที่เป็นพยานหลักฐาน และถูกนำมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้ ทั้งหมดมาจากคำสั่งของบิ๊กโจ๊กที่บอกให้บันทึกวิดีโอเอาไว้ ซึ่งช่วงแรกที่ได้รับคำสั่งตนก็สงสัยว่าบิ๊กโจ๊กกับกรรมการ ป.ป.ช. รู้จักกันอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ส่งทองด้วยตัวเอง และทำไมถึงต้องให้บันทึกวิดีโอเก็บไว้ด้วย ซึ่งส่วนตัวมองว่าอาจจะตั้งใจเก็บไว้ใช้หักหลังกรรมการ ป.ป.ช.และใช้เพื่อข่มขู่ให้ช่วยเรื่องคดี

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ช่างภาพพีพีทีวี
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ “บิ๊กโจ๊ก”

โดยในวันที่ได้รับทองกลับมาตัวเองได้ปรึกษากับครอบครัวว่าเรื่องนี้แปลกๆ ก่อนที่จะเปิดถุงดูแล้วพบว่าเป็นทองคำจริง ในตอนนั้นจึงถ่ายภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน เพราะกังวลว่าจะมีความผิดไปด้วย

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าคลิปวิดีโอการส่งทองไม่ได้มีภาพของบิ๊กโจ๊กอยู่ในนั้นแล้วจะสาวไปเอาผิดบิ๊กโจ๊กได้อย่างไรนั้น พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่คลิปวิดีโอการส่งทองอย่างเดียว ยังมีข้อมูลพยานหลักฐานเอกสาร พยานวัตถุและพยานบุคคล ที่ตำรวจสืบสวนเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดออกมาอีกจำนวนมาก อย่างในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้หลักฐานที่เปิดออกมาให้สื่อมวลชนเห็นมีเพียง 40% เท่านั้น อย่างบุคคลที่เห็นการส่งทอง ก็ไม่ได้มีเพียงตนกับผู้รับทองเท่านั้น ยังมี พยานบุคคลอื่นๆ เช่น คนขับรถให้ตน คนที่ทำหน้าที่ถ่ายคลิป และคนติดตามสะกดรอย

“มันไม่ได้มีแต่คลิปอย่างเดียว มีข้อมูลพยานหลักฐานที่ตำรวจเขาทำการสืบสวนอีก ซึ่งเขายังไม่ได้บอก คือในคำแถลงข่าวคลิปเนี่ยผมว่ามีแค่ 40% เอง แล้วก็ข้อมูลอื่นๆ เขาก็ก็ยังไม่ได้บอกรายละเอียดมีทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคลที่มาเกี่ยวข้องอีกเยอะ ไม่ได้มีแค่ผม”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังบอกอีกว่า ไม่ใช่แค่คลิปวิดีโอกันรับส่งทองเท่านั้น ยังมีคลิปเสียงสนทนาเรื่องการส่งทองคืนด้วย ส่วนเรื่องข้อต่อสู้ หากบิ๊กโจ๊ก บอกว่าพ.ต.อ.ภาคภูมิ ก็มีคดีอยู่ในชั้น ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นทองก็อาจเป็นของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เองหรือไม่ เรื่องนี้มองว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานอยู่แล้ว โดยการต่อสู้ไม่ได้จบเพียงคำตัดสินของสังคมในตอนนี้แต่จะต้องไปต่อสู้ในชั้นศาลต่อ และการที่ตำรวจยังไม่เปิดหลักฐานทั้งหมดส่วนหนึ่งก็เพราะว่ากลัวบิ๊กโจ๊กจะรู้ และหาแนวทางมาหักล้างพยานหลักฐานที่มีอยู่

ส่วนกรณีที่บิ๊กโจ๊กไปให้สัมภาษณ์สื่ออยู่หน้ากองปราบว่าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า ให้จดเอาไว้เลยว่า วันหลังอย่ารู้นะ ไม่ใช่ว่าตอนมาต่อสู้คดีแล้วจะบอกว่ารู้แบบนั้นแบบนี้ รวมทั้งทนายของกรรมการ ป.ป.ช. ที่แจ้งความตัวเอง บอกว่าไม่รู้เรื่องไม่เคยไปที่สมาคมชาวปักษ์ใต้นั้น ก็ให้จดเอาไว้อีกว่า เคยพูดอะไรไว้ เพราะคนคนหนึ่งสามารถพูดได้หลายอย่างในต่างเวลากัน

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังบอกว่า จุดแตกหักของตัวเองกับบิ๊กโจ๊กเกิดขึ้นหลักๆ สองช่วง ครั้งแรก เกิดขึ้นช่วงงานแถลงข่าวต่อสู้คดีเรื่องคดีเว็บพนัน ตอนนั้นจะเห็นพล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจนครบาล 1 ขึ้นไปพูดบนเวทีซึ่งความจริงแล้ว จะให้ตัวเองขึ้นไปพูดแต่ทางครอบครัวไม่ยอมจึงทะเลาะกันรุนแรง ทำให้ตัวเองและน้องชาย แยกออกมาจากบิ๊กโจ๊ก แต่หลังจากนั้นเพื่อนพี่น้องตำรวจในกลุ่มก็พยายามชักชวนตัวเองให้กลับเข้าไป เพราะยังมีเรื่องของการทำคำชี้แจงต่างๆในคดี แต่เมื่อกลับเข้าไปก็ถูกใช้ให้ทำเรื่องไม่ถูกไม่ควรอีกหลายอย่าง เหมือนพยายามจะให้ทำผิดเพื่อผูกมัดตัวเองไว้ เพราะว่าสิ่งที่ทำมันสุ่มเสี่ยงกับการกระทำผิดกฏหมายมาก

นอกจากนั้น พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังบอกรายละเอียดเพิ่มเติมว่า คลิปการส่งทอง เกิดขึ้นวันที่ 1 ก.ย. 2567 แล้วต่อมาถ้าจำกันได้ในเดือน ธ.ค. ปีเดียวกัน มีการบันทึกคลิปที่บ้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะเปิดเผยคลิปเดือนม.ค. 2568 ในระหว่างนั้นตัวเองและบิ๊กโจ๊กได้แยกกันเดินคนละทางแล้ว ก่อนที่ช่วงเดือน ส.ค. จะมีตัวกลางมาพูดคุยระหว่างตัวเอง บิ๊กโจ๊ก และกรรมการ ป.ป.ช. ทำให้ปรากฏเป็นคลิปเสียงในการแถลงข่าว ซึ่งเนื้อหาในการสนทนา ตัวกลางบอกว่า บิ๊กโจ๊กเริ่มข่มขู่กรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. ต้องการคืนทองให้ ซึ่งตัวกลางพยายามบอกให้ตัวเองช่วยรับเป็นเจ้าของทอง แล้วไปรับทองคืนแทนบิ๊กโจ๊ก แต่ขณะนั้นคิดว่าถ้าไปรับทองคืน อาจจะถูกจัดฉาก จึงปฏิเสธไป

ต่อมาคนกลางพยายามโทรหาตัวเองเป็นครั้งที่สองโดยบอกว่าบิ๊กโจ๊กให้ตัวเองไปรับทองคืนแล้วจะให้ทองทั้งหมดมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทไปเลย แต่ตัวเองก็ปฏิเสธบอกว่าให้มากกว่านี้อีกเท่าไหร่ก็ไม่เอา และท้ายที่สุดบิ๊กโจ๊กก็พยายามจะโยนความผิดมาให้ตัวเองเนื่องจากในคลิปไม่มีภาพบิ๊กโจ๊ก นี่เป็นสาเหตุที่ตัวเองจึงตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องทั้งหมดเพราะไม่อย่างนั้นตัวเองก็จะตกเป็นผู้รับผิดทั้งหมด แต่ยืนยันว่าการออกมาเปิดเผยครั้งนี้ตัวเองยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาก็ยินดี

ส่วนเรื่องที่บอกว่าตัวเองทรยศหักหลัง พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า “อยากให้ย้อนกลับไปว่าคนแรกที่ถูกทรยศหักหลังคือกรรมการ ป.ป.ช. และคนที่สองก็คือตัวเองที่กำลังจะถูกโยนความผิดให้”

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ