เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา เกิดเสียงฮือฮาบนโลกโซเซียล หลังจากที่ชาวประมงพบเห็น “ปลาโรนิน” ซึ่งปัจจุบันนับเป็นเป็นปลาที่หาได้ยากและใกล้สูญพันธ์ุ บริเวณคลองหลักขัน ตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จึงแจ้งไปยังสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (สทช.7) ให้ทราบถึงการพบปลาโรนินในพื้นที่ โดย สทช.7 จะติดตามเฝ้าระวัง รวมถึงประชาสัมพันธ์การเดินเรือหรือการทำการประมงให้มีความระมัดระวังในการสัญจรและการใช้เครื่องมือประมงในพื้นที่ดังกล่าว
สำหรับ ปลาโรนิน หรือ ปลากระเบนท้องน้ำ มีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Rhina Ancylostoma มีสันหนามเหนือหัวและหลัง ซึ่งคาดว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัว โดยมีส่วนหัวขนาดใหญ่ รูปทรงแบนกลมและโค้งมน ปากกลม ครีบอกแผ่กว้าง ครีบหลังตั้งสูง แบ่งออกเป็น 2 ตอน
บริเวณเหนือตามีสันเป็นหนาม ส่วนตรงกลางหลังด้านหน้าของครีบหลังมีหนามเรียงตัวกันเป็นแถวอย่างชัดเจน พื้นผิวลำตัวด้านบนมีสีเทาอมน้ำตาล มีแต้มเป็นจุดสีขาวจาง ๆ กระจายอยู่ทั่วลำตัว ขณะที่ด้านท้องมีสีขาว โดยเฉพาะปลาวัยอ่อนจะมีลวดลายที่เด่ดชัดมากกว่าปลาขนาดใหญ่
เมื่อโตเต็มที่มีความยาวได้ถึงประมาณ 3 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 135 กิโลกรัม พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินทรายปนโคลน จัดเป็นปลาทะเลที่พบเห็นได้ยากมากในปัจจุบัน พบได้ในทะเลแดง ชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก ญี่ปุ่นตอนใต้ ปาปัวนิวกินี และในน่านน้ำไทยพบได้บริเวณฝั่งทะเลอันดามัน
โดยชาวประมงท้องถิ่นเรียกปลาชนิดนี้ว่า “ปลากระเบนพื้นน้ำ” นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหนามบนหลังนั้นสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องรางของขลังในทางไสยศาสตร์ จึงนิยมนำไปทำเป็นหัวแหวนหรือนำมาห้อยคอ
ปลาโรนิน กับ ปลาโรนัน ต่างกันอย่างไร?
ปลาโรนินแม้จะมีรูปร่างคล้ายกับปลาโรนัน แต่มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ จะมีส่วนหัวขนาดใหญ่ รูปทรงแบนกลมและโค้งมน มีสันหนามกลางหลังที่เด่ดชัด ผิวลำตัวด้านบนสีเทาอมน้ำตาล มีจุดสีขาวกระจายทั่วลำตัว ขณะที่ด้านท้องเป็นสีขาว ครีบอกแผ่กว้าง และครีบหลังตั้งสูงและแบ่งเป็น 2 ตอน
ส่วนปลาโรนัน มีลำตัวแบนตามแบบปลากระเบน แต่ส่วนหัวค่อนข้างยาวและเรียวกว่า ไม่มีสันหนามที่เด่นชัดอย่างปลาโรนิน และลักษณะปากกับหัวที่ไม่กลม