อ.นิติฯถามแรง! ใจต้องกล้าขนาดไหน เอาเงิน สปส.ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อ.นิติศาสตร์ตั้งคำถามแรง! ใจต้องกล้าขนาดไหนถึงเอาเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ปมใช้เงินผู้ประกันตนสร้างโรงอาหาร หวั่นโฟกัสที่องค์กร มากกว่าผู้ประกันตน

อาจารย์นิติศาสตร์ แสดงความเห็นกรณีการนำเงินประกันสังคมไปใช้สร้างโรงงานอาหาร กระทรวงแรงงาน โดยตั้งคำถามในทำนองว่า ใจต้องกล้าขนาดไหนถึงเอาเงินไปใช้ผิดประเภท

โดยเรื่องนี้ถูกโพสต์ผ่านเพจชื่อ "กฎหมายแรงงาน" โดย รองศาสตราจารย์ตรีเนตร สาระพงษ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระบุว่า เอาเงินประกันสังคมไปสร้างโรงอาหาร สนง. ประกันสังคม ใจต้องกล้าขนาดไหนถึงเอาเงินไปใช้ผิดประเภท ผิดวัตถุประสงค์

ตรีเนตร สาระพงษ์ FB / ตรีเนตร สาระพงษ์
รองศาสตราจารย์ตรีเนตร สาระพงษ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ในห้วงเวลาที่ผู้ประกันตนทั้งประเทศกำลังตั้งคำถามถึงความมั่นคงของกองทุนประกันสังคม ในวันที่รายงานทางวิชาการเตือนว่า “กองทุนอาจเผชิญภาวะไม่ยั่งยืนในระยะยาว” ปี 2596 กองทุนอาจล้มละลาย ในวันที่แรงงานวัยหนุ่มสาวถูกขอให้ “เข้าใจ” และ “ร่วมรับภาระ” ด้วยการเพิ่มเงินสมทบ

กลับปรากฏข้อมูลที่ชวนให้ต้องขยี้ตาอ่านซ้ำๆ นั่นคือ การนำเงินของกองทุนประกันสังคมไปใช้ก่อสร้าง “โรงอาหาร” ของสำนักงานประกันสังคม!! ใช่ครับ ...โรงอาหาร ไม่ใช่โรงพยาบาลเพื่อแรงงาน ไม่ใช่ศูนย์ฟื้นฟูแรงงาน ไม่ใช่ระบบดิจิทัลเพื่อให้บริการผู้ประกันตน แต่คือ “โรงอาหารของ สนง.ประกันสังคม” !!!

แน่นอน ไม่มีใครปฏิเสธว่าเจ้าหน้าที่ สนง. ประกันสังคมควรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่มีใครโต้แย้งว่าการมีสถานที่รับประทานอาหารที่เหมาะสมเป็นเรื่องเลวร้าย แต่คำถามสำคัญคือเงินนี้…เป็นเงินของใคร? เงินนี้กฎหมายกำหนดวัตถุประสงค์ไว้อย่างไร?

กองทุนประกันสังคม ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่เงินคงคลัง ไม่ใช่เงินสะสมขององค์กรราชการ หากแต่คือเงินที่ถูกหักจากค่าจ้างแรงงานทุกเดือน คือเงินที่ลูกจ้างจ่ายด้วยความหวังว่า “เมื่อเจ็บป่วยจะไม่ล้มละลายเมื่อแก่ชราจะไม่ไร้ศักดิ์ศรี” การนำเงินดังกล่าวไปใช้สร้างทรัพย์สินถาวรเพื่อความสะดวกของ “สำนักงาน” แม้จะอ้างเหตุผลด้านประสิทธิภาพหรือสวัสดิการบุคลากร ก็ยากจะปฏิเสธว่า นี่คือการเลื่อนจุดศูนย์กลางจาก “ผู้ประกันตน” ไปสู่ “องค์กร” ถ้านึกไม่ออกก็เหมือนเราเอาเงินไปฝากธนาคาร แล้ววันดีคืนดีธนาคารบอกว่าเป็นของเราส่วนหนึ่งถูกเอาไปเช่าโรงอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคารนั่นละ

และนี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่น่ากังวลยิ่งกว่าโรงอาหารหลังนั้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้บริหารกองทุนเริ่มมองว่าเงินของผู้ประกันตน เท่ากับเงินที่ “สามารถบริหารจัดการเพื่อความเหมาะสมขององค์กรได้” เมื่อนั้น กองทุนประกันสังคมก็จะค่อย ๆ กลายสภาพ จาก “หลักประกันทางสังคม” เป็น “ทรัพยากรของระบบราชการ”

โรงอาหารกระทรวงแรงงาน ผู้สื่อข่าว พีพีทีวี
โรงอาหารกระทรวงแรงงาน ที่ใช้เงินประกันสังคมปรับปรุงกว่า 12 ล้านบาท

วันนี้คือโรงอาหาร วันหน้าอาจเป็นอาคาร ปีถัดไปอาจเป็นโครงการที่อธิบายได้ยากขึ้น และสุดท้าย คนที่ถูกขอให้ “เข้าใจ” อยู่เสมอ ก็คือแรงงานที่ไม่มีที่นั่งในโต๊ะตัดสินใจนั้นเลย การบริหารกองทุนประกันสังคมไม่ใช่เรื่องเทคนิค หรือกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เป็น เรื่องจริยธรรมทางนโยบาย เป็นคำถามว่า รัฐมองแรงงานในฐานะ “เจ้าของเงิน” หรือเพียง “ผู้สมทบที่ไม่จำเป็นต้องถูกถาม” หรือเป็นเพียงผู้ที่ควรได้รับการสงเคราะห์

โรงอาหารอาจสร้างเสร็จในไม่กี่ปีแต่ความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน ถ้าพังลงแล้ว อาจต้องใช้เวลาทั้งชั่วอายุแรงงานหนึ่งรุ่นกว่าจะฟื้นกลับมาได้ นี่คือสิ่งที่เพื่อน พี่น้องข้าราชการ ลูกจ้างข้างในต้องออกมาปกป้ององค์กรร่วมกับลูกจ้าง นายจ้าง หรือผู้ประกันตนอิสระ ด้วยการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพราะความน่าเชื่อถือของหน่วยงานที่ถือเงินเช่นนี้ จะเป็นต้นทุนที่แพงกว่าอาคารใด ๆ ที่กองทุนนี้เคยสร้าง

ยังมีอะไรมากกว่าไปซื้อตึก มากกว่าทำปฎิทิน มากกว่าทำเสื้อ ทำกระเป๋า มากกว่าสร้างโรงอาหารอีกหรือไม่? นี่ไม่ใช่คำถาม แต่คือดัชนีความไว้วางใจ ขอเรียกร้องให้ สนง.กองทุนประกันสังคมเปิดประตูหน้าต่างเพื่อเผยทุกโครงการ ให้แสงสว่างที่โปร่งใสเข้าไปฆ่าเชื่อโรค และสังคมต้องไม่ยอม และรู้ไว้ว่าสมการต้านโกง "โกง = ผูกขาด + ดุลพินิจ − ตรวจสอบ" เราจึงต้องตรวจสอบได้ เพราะมันคือเงินของเรา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ