รศ.ดร. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน ให้ความเห็นในรายการเปิดโต๊ะข่าว ถึงกรณีสำนักงานประกันสังคม ที่ถูกพูดถึงในหลากหลายประเด็น ว่า สถานะของประกันสังคมถือเป็นกองทุนที่ใหญ่สุดในประเทศ 2.8 ล้านล้านบาท ดูแลเกือบ 20 ล้านคน แต่การบริหารปัจจุบันเป็นกรมหนึ่งของกระทรวงแรงงาน คนเข้ามาบริหารก็หมุนเวียนไปตามระดับ หรือถ้าไปดูแล้วบางคนไม่ได้มีความชำนาญเฉพาะ แต่หมุนเวียนขึ้นมาเพื่อเป็นผู้บริหาร
ทำให้เป็นที่มาของการถกเถียงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งความไม่โปร่งใสในการลงทุน การใช้งบบริหารไม่มีประสิทธิภาพ สิทธิประโยชน์ที่ปรับปรุงได้ล่าช้า เหล่านี้จึงนำสู่ข้อเสนอในการนำสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการ ซึ่งมีหลายโมเดล เช่น คล้ายกับธนาคารแห่งประเทศไทย ที่บริหารอย่างอิสระ คล่องตัว มีกฎหมายของตัวเองกำกับ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ รมว.คลังได้ ชี้แจงนโยบายต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวการถูกถอดถอนโยกย้าย
รศ. ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า หลายเรื่องอื้อฉาวทั้งตึก SKYY9 ก็ดี โรงอาหารก็ดี หรือการที่รัฐบาลค้างเงินประกันสังคม 4 หมื่นกว่าล้านขณะนี้ ซึ่งเป็นเงินมหาศาล เป็นบำนาญของคนประกันสังคมเกือบล้านคน ก็ไม่มีใครกล้าทวง
รศ. ษัษฐรัมย์ มองว่า การขยับเรื่องนี้ต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมือง ที่ประกันสังคมเละเทะเช่นนี้ก็มีแผล มีนายกันทั้งนั้น รวมถึงความพยายามแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เหล่านี้สะท้อนความพยายามของการจำกัดอำนาจการยึดโยงประชาชนกับผู้ประกันตน ดังนั้นต้องอาศัยเจตจำนงที่เข้มแข็งแรงกล้ามาก
ส่วนกรณีการแถลงของสำนักงานประกันสังคมเรื่องการลงทุน TU Dome รศ. ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ต้องพูดกันตรงไปตรงมา ยอมรับได้ว่าการลงทุนไม่จำเป็นต้องได้กำไรทั้งหมด แต่ต้องยอมรับด้วยว่าเป็นการลงทุนที่ผิดพลาด ขาดทุน ไม่ใช่มายืนยันว่าสิ่งเหล่านี้โอเคแล้ว ตนอยู่มา 2 ปี ประกันสังคมแทบไม่ถอดบทเรียน ไม่มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงเลย
ส่วนกรณีความพยายามแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รศ. ษัษฐรัมย์ มองว่า จะมีการทำประชาพิจารณ์ทำไมในช่วงที่จะมีการเปลี่ยนรัฐมนตรี จะมีการเลือกตั้งใหม่ ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้ รวมถึงระเบียบเก่าเพิ่งถูกใช้ไปครั้งเดียว เพียง 1 ปี 11 เดือน
และยังมีปัญหามาก คือการเปลี่ยนจากผู้ประกันตน 1 เลือกบอร์ดได้ 7 คน เป็นแค่ 1 เลือกได้ 1 สลายการเป็นทีม เพิ่มคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีจริยธรรมเป็นที่ประจักษ์ ห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญและเสรีภาพ
รศ. ษัษฐรัมย์ มองว่า เหมือนที่ผ่านมาเป็นการดูว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าทำอย่างไรถึงชนะ ก็นำแผนการมาวางไว้ จากนั้นวางกฎกติกาที่ป้องกันด้วยคำอธิบายประหลาด ๆ ว่าเป็น “ประชาธิปไตยแบบมี Handicap” ให้คนที่ได้เสียงน้อย ๆ มีโอกาสชนะได้บ้าง อย่าผูกขาดความรักประกันสังคมไว้คนเดียว
“พวกตนอยู่มาแค่ 1 ปี 11 เดือน พวกท่านอยู่กันมา 20-30 ปี เกาะกินประกันสังคมกันมากมายขนาดนี้ เหตุใดต้องกลัวพวกผมมากมายขนาดนั้น” รศ. ษัษฐรัมย์ กล่าว
รศ. ษัษฐรัมย์ ย้ำว่า จริง ๆ ระเบียบการเลือกตั้งไม่ได้เป็นอำนาจของสำนักงาน อำนาจของบอร์ด ของอนุกรรมการที่บอร์ดตั้ง แต่ก็เป็นสิ่งที่รัฐมนตรีเซ็น ซึ่งผลประชาพิจารณ์เป็นเพียงข้อเสนอแนะ
ดังนั้น ขอฝากไปยัง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ท่านมาตอบเรื่องโรงอาหาร แต่ไม่ได้ตอบเรื่องระเบียบเลือกตั้งเลย ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่า ท่านจะไม่เซ็นระเบียบเลือกตั้งตัวนี้ เพราะท่านอยู่ในช่วงปลายสมัยแล้ว ให้เป็นฉันมามติของรัฐบาลใหม่ ส่วนตัวกลัวว่าจะมีประเด็นข้อครหาที่ถึงตัวท่านได้