จากกรณีปรากฎภาพทหารกัมพูชาเร่งขุดคูเลตแบบยุทธวิธีซ้อนแบบซิกแซก ในพื้นที่เลียบถนน K5 ตรงข้ามชายแดนไทยบริเวณบ้านหนองจาน อ.โคกสูง และ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
ล่าสุด พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “การรบรอบสามกับกัมพูชาจะเกิดหรือไม่ ช่วงเลือกตั้งจะมีรบใหญ่หรือไม่? เป็นคำถามที่ได้รับจากเพื่อนนายพลบ้าง ฟังจากสื่อบ้าง จึงขอวิเคราะห์ด้วยข้อมูลเท่าที่มี แต่ไม่ควรประมาทดังนี้
การรบรอบที่สามสำหรับฮุนเซนจำเป็นต้องทำ เพราะรอบที่แล้วฮุนเซนพูดเองว่าเสียดินแดน ตอนนี้พูดว่าต้องทวงสมบัติชาติสมัยโบราณคืนเพื่อเปลี่ยนวิกฤติจากการบริหารผิดพลาดมาเป็นคลั่งชาติแทนเพื่อรักษาอำนาจ แต่เรื่องปลุกระดมมีจุดอ่อนตรงที่ใช้อารมณ์มาก หากทำไม่ได้จริงคราวนี้จะตีกลับแรง สรุปแล้วต้องรบรอบสามให้ได้เท่านั้น
ซึ่งรบรอบสามถ้าทำเหมือนเดิม คำตอบจะเหมือนเดิม เราจึงเห็นทางกัมพูชาลอกยุทธวิธีต่าง ๆ มาจากสงครามยูเครน เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็ถือว่ามีการเตรียมตัวใหม่
สถานการณ์เฉพาะ เครื่องบินเบลารุสนำจรวดต่อสู้อากาศยานมาจากแอฟริกา น่าจะเป็นรุ่นที่ไม่นำวิถี ควรเป็นอาวุธของรัสเซียความสูงไม่เกิน 5,000 เมตร ที่น่าสนใจคือนักรบรับจ้างราว 50 คนน่าจะเป็นชาวแอฟริกันที่รบกันบ่อยๆ นอกจากนั้นข่าวต่อมาคือกัมพูชาจะเกณฑ์ทหารราว 100,000 นาย ที่จะทำการฝึกรบตามแบบ โดยมีคำขวัญชาตินิยมทำการขุดสนามเพลาะแบบซิกแซกเหมือนในสงครามยูเครนและมีอาวุธหนักเป็นโดรนจากประเทศตุรกีและจรวดหลายลำกล้องนำวิถีจากจีน
ทั้งนี้จากหลักฐานดังกล่าวนี้แสดงว่ากัมพูชาเตรียมทำการรบรอบสามแน่ ยกเว้นรอทำการรบนานเกินไปจนชาวกัมพูชาไม่เชื่อน้ำยาจนทำให้เกิดปัญหาภายในเองก็ต้องเลื่อนหรือเลิกความคิดการรบรอบสามไป แล้วเมื่อไหร่กัมพูชาจะพร้อมรบรอบสาม การทำการรบรอบที่ผ่านมากัมพูชาใช้ทหารบ้านติดอาวุธที่ส่วนมากเป็นเขมรแดงที่ถนัดการรบแบบกองโจร เมื่อต้องมารบตามแบบที่ไม่ถนัดจึงเสียเปรียบ ทหาร BHQ ก็รบในเมืองคุ้มกันบุคคลสำคัญมากกว่า รวมๆ แล้วแม้มีอาวุธยิงจำนวนมากกว่าไทยแต่ความแม่นยำต่ำ ทหารจึงเสียชีวิตจำนวนมาก
การปรับยุทธวิธีรอบนี้จึงต้องฝึกกันใหม่หมด ทหารที่ฝึกแบบพื้นฐานจะใช้เวลา 6 เดือนที่เป็นขีดความสามารถทางทหารขั้นต่ำเท่าเทียมกับไทย (ฝึกทหารใหม่ 3 เดือน ฝึกการรบเป็นหน่วยอีก 3 เดือน) เมื่อต้องใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกและเพิ่งประกาศการเกณฑ์ทหาร ดังนั้นกว่าจะพร้อมรบต้องใช้เวลา 6 เดือน หรือ 2 รอบให้เข้มข้นในการทำงานเป็นหน่วยจะใช้เวลา 1 ปี จึงพร้อมบวกกับไทย รอบหน้ากัมพูชาคงฝึกผู้บังคับโดรนเรียบร้อยแล้วเตรียมทำสงครามกับไทยเต็มรูปแบบ เพิ่มเติมด้วยจรวดหลายลำกล้องนำวิถีจากจีน
ส่วนเรื่องสนามเพลาะของกัมพูชาน่าจะทำเอาไว้สร้างสถานการณ์หรือไม่รู้จริงๆ ว่าไทยไม่มีนโยบายรุกรานใคร เมื่อไทยไม่บุกเข้าไปสนามเพราะก็ไร้ประโยชน์
ทั้งนี้สิ่งที่กองทัพไทยต้องเตรียมคือการเห็นทั้งสนามรบจะด้วยดาวเทียมหรือโดรนลาดตระเวนก็ตามโดยมีระบบสารสนเทศที่พร้อมใช้งานสำหรับฝั่งไทยให้สามารถใช้โดรนและการยิงลึกเข้าไปจนถึงเขตหลังด้วย
ส่วนเรื่องอาวุธใหม่ๆ ที่กัมพูชากำลังจัดซื้อจัดหา หากจะจำกัดการได้ใช้อาวุธเหล่านี้ไทยควรยื่นหนังสือประท้วงไปตุรกีและจีน โดยแจ้งว่าไทยและกัมพูชามีกรณีพิพาทกัน และยังไม่มีสัญญาสันติภาพมีเพียงการตกลงหยุดยิงชั่วคราวตามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ การส่งอาวุธให้เป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติที่ไม่ให้ประเทศใด ๆ ให้ความช่วยเหลือในการก่อสงครามทั้งทางตรงและทางอ้อม การเคารพสหประชาชาติบางทีก็จะทำให้การขายอาวุธรอบต่อไปจำกัดหรือไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ยืดเวลาการรบออกไป ยิ่งนานตระกูลฮุนยิ่งเสียเปรียบ
ยิ่งไปกว่านั้นต้องแจ้งไปยังทั้งสองประเทศว่าไทยเดินตามแนวทางสันติภาพได้แก่การกำหนดแนวพรมแดนที่แน่ชัดด้วยเทคโนโลยี LIDAR ที่ยอมรับกันเรื่องความแม่นยำ เมื่อได้เขตพรมแดนที่แน่นอนแล้วข้อพิพาทจะหมดไปทันที แบบนี้เป็นแนวทางสันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน ทั้งตุรกี ทั้งจีนควรสนับสนุน
“สรุปในตอนนี้การรบรอบสามเกิดแน่ถ้ากัมพูชาไม่เกิดปัญหาเองภายในเสียก่อน และจะเกิดอย่างเร็วต้นเมษายนหรือไปกรกฎาคมเลยเป็นอย่างช้าขึ้นอยู่กับการซื้ออาวุธ การซื้ออาวุธหากซื้อตรงกับรัฐบาลเหมือนล่าสุดก็จะใช้เวลาไม่มาก 3 เดือนจบพร้อมรบ ถ้าซื้อจากตลาดมืดจะทอดเวลาออกไปอีก”
พล.ท.พงศกร ระบุอีกว่า มาถึงคำถามว่าช่วงเลือกตั้งจะมีการปะทะใหญ่หรือไม่ คำตอบจะเป็นว่าไม่มีการปะทะใหญ่เกิดขึ้นง่าย ๆ เพราะจากข้อมูลเบื้องต้น กว่าจะพร้อมรบยังต้องใช้เวลาแต่หากจะมีการปะทะประปราย การยั่วยุ การยิงมาให้เราเผลอยิงกลับเพื่อนำไปฟ้องชาวโลกมีความเป็นไปได้สูงเพื่อเลี้ยงกระแสคลั่งชาติในกัมพูชาเองก็เป็นไปได้มาก ส่วนการปะทะใหญ่จริงอาจเริ่มในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ทว่าหากฮุนเซนรอนานเกินไป ชาวกัมพูชาที่คลั่งชาติ ชอบเคลม เกิดไม่พอใจขึ้นมาจะลำบากมาก
เมื่อการปะทะใหญ่ไม่เกิด แม้จะมีการยิงยั่วยุอะไรก็ตาม กองทัพไทยก็อย่าไปหลงเหลี่ยมเล่นใหญ่ไปกับกัมพูชา เท่านี้การเลือกตั้งก็ไม่มีอุปสรรคแล้ว แม้ว่าจะมีการแกล้งยิงเข้ามาเพื่อก่อกวนการเลือกตั้ง อาจถึงขั้นการอพยพ กกต. จังหวัดควรทราบว่าศูนย์อพยพไหนเป็นชาวอำเภออะไร ก็จัดการเลือกตั้งกันไปไม่มีปัญหา
หากจะอ้างเขตใช้กฎอัยการศึกแล้วจะห้ามเลือกตั้ง สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมาราว 22 ปีแล้วยังเลือกตั้งได้ แค่กองทัพไม่ตื่นตระหนกง่าย ๆ และ กกต. ตั้งใจจะให้ประชาชนได้ใช้สิทธิของตนเองให้ได้ก็จบแล้ว มีการเลือกตั้งแน่นอนอย่าไปเข้าทางกัมพูชา