สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ยืนยัน การผลักดันวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV) เข้าแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ มีข้อมูลวิชาการสนับสนุนครบถ้วน โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส เป็นปัญหาสาธารณสุขที่มีความรุนแรงสูง โดยเชื้อ Streptococcus pneumoniae เป็นสาเหตุสำคัญของโรคในเด็กเล็ก ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดปอดอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบ
ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดการเสียชีวิตแล้ว ยังทิ้งภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น ความพิการทางสมอง การสูญเสียการได้ยิน และผลกระทบต่อพัฒนาการเด็ก อันเป็นภาระต่อครอบครัว ระบบสุขภาพ และสังคมในระยะยาว ประเทศไทยโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีข้อมูลวิชาการด้านระบาดวิทยาและภาระโรคที่ชัดเจนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสส่งผลกระทบต่อเด็กไทยในวงกว้าง
ดังนั้น การพิจารณาจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ของโรคปอดอักเสบที่ส่งมาเบิกจ่ายจากระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากไม่ครอบคลุมผู้ป่วยทั้งหมด ไม่สะท้อนความสูญเสียทาง สุขภาพระยะยาว และไม่รวมต้นทุนทางสังคมของครอบครัว การผลักดันวัคซีน PCV เป็นวัคซีนสำหรับเด็กทุกคน จึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบาดวิทยา ผลกระทบทางสาธารณสุข เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข และความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ
ทั้งนี้ สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค ในการผลักดันประเด็นวัคซีน PCV มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนข้อมูลวิชาการ การผลักดันเชิงนโยบาย และความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร่วมกับโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ศึกษาความคุ้มค่าทาง เศรษฐศาสตร์สาธารณสุขของวัคซีนดังกล่าว ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดพบว่า วัคซีน PCV มีความคุ้มค่าแม้จะ ไม่รวมผลจากภูมิคุ้มกันหมู่ ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยมีอัตราการเกิดลดลง และราคา วัคซีนมีแนวโน้มลดลง ยิ่งเพิ่มความคุ้มค่าในภาพรวมที่จะดำเนินการจัดหาวัคซีนในระดับประเทศ วัคซีน PCV จึงถือเป็นการลงทุนด้านสุขภาพเด็กไทยในระยะยาวที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ต่อไป เด็กที่ได้รับวัคซีน PCV จะช่วยลดการเจ็บป่วยรุนแรง ลดการเสียชีวิต ลดภาระต่อสถานพยาบาลลดความพิการระยะยาว และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรค ทั้งนี้ในระดับ
นโยบายโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญต่อการบรรจุวัคซีน PCV เป็นสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ๒๕๖๘ (https://pr.moph.go.th/online/index/news/328619) และคณะกรรมการวัคซีน แห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๙ (https://nvi.go.th/2026/01/14/pr_news_nvc-1-2569/)
สถาบันวัคซีนแห่งชาติเชื่อมั่นว่า การบริหารจัดการงบประมาณด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม และการให้ความสำคัญกับงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันที่คุ้มค่าที่สุดด้านสาธารณสุข จะทำให้ประเทศไทยสามารถดำเนินการจัดหาวัคซีน PCV ได้ภายใต้กรอบงบประมาณที่มีอยู่ และการพิจารณา ข้อมูลวิชาการ วิทยาศาสตร์สาธารณสุข ฯลฯ ที่ครบถ้วน รอบด้าน และทันต่อสถานการณ์ จะนำไปสู่ การตัดสินใจการให้วัคซีน PCV กับเด็กไทยทุกคน