ทหารไทยเหนือชั้น! คว้าชัยแม้เจอกลยุทธ์ไร้มนุษยธรรม พร้อมรบหากปะทะรอบ 3

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทหารไทยพร้อมใจเปิดหมดเปลือกเบื้องหลังสมรภูมิหนองจาน เหตุปะทะรอบ 2 ชายแดนไทย-กัมพูชา กว่าจะได้ชัยชนะไม่ใช่เรื่องง่าย! ฝ่าความกลัวตายเป็นเสี้ยววินาที

งานเสวนา “สัปดาห์นักรบกล้าพิทักษ์แผ่นดิน” ซึ่งจัดขึ้นตามนโยบายผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของทหารไทยและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน จากภารกิจปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ระหว่างวันที่ 8–27 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีการเชิญกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บ้านหนองจานและปราสาทคนา ซึ่งบางนายได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ มาถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากแนวหน้า สะท้อนความโหดและยากของพื้นที่ รวมถึงความเสียสละของกำลังพลที่ถือเป็นวีรบุรุษของชาติ

ทหารไทย ช่างภาพพีพีทีวี
ทหารไทยเหนือชั้น! ชนะเกมรบแม้เจอกลยุทธ์ไร้มนุษยธรรม

ในส่วนของ พลตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ที่ปรึกษาด้านประวัติศาสตร์การทหาร อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เผยว่า จากการลงพื้นที่ขณะที่เป็นพื้นที่ดิบ โดยเฉพาะบ้านหนองจาน ทำให้เห็นว่า หนองจานมีทางเข้าเพียงทางเดียว ถูกล้อมด้วยป้อมปราการและบังเกอร์ ทหารไทยต้องปฏิบัติการภายใต้การโจมตีด้วยอาวุธระยะไกล ส่งผลให้มีกำลังพลพลีชีพ พร้อมย้ำว่าทุกนายคือวีรบุรุษ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงอาวุธและอุปกรณ์ที่ยึดได้จากฝ่ายกัมพูชา เช่น เครื่องแบบทหารกัมพูชา / โล่ของตำรวจกัมพูชาที่ดัดแปลงจากถังน้ำมัน 200 ลิตร / โดรนพลีชีพ รวมถึงระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการดัดแปลงหมู่บ้านให้เป็นป้อมปราการ บ้านแทบทุกหลังมีบังเกอร์ และส่วนใหญ่เป็นครอบครัวทหารที่สามารถหลบภัยได้ทันทีเมื่อเกิดการสู้รบ

พลตรีศนิโรจน์ ระบุอีกว่า ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชายังมีการเสริมกำลังและพัฒนาระบบป้องกันอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับบทเรียนจากการปะทะก่อนหน้านี้ สะท้อนถึงศักยภาพและอำนาจการป้องกันของไทยที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงพบความพยายามยั่วยุและสร้างความตึงเครียดตามแนวชายแดน

อย่างไรก็ตามการตั้งตู้คอนเทนเนอร์กั้นแนวชายแดน พลตรีศนิโรจน์มองว่า เป็นมาตรการที่ช่วยลดการยั่วยุได้อย่างชัดเจน เปรียบเสมือนแนวกันชน ทำให้ไม่เกิดภาพการเผชิญหน้า การขโมยลวดหนาม หรือการใช้พลเรือนสร้างปฏิบัติการทางจิตวิทยาเหมือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้สำหรับความกังวลเรื่องการวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติม ระบุว่า แม้ไม่สามารถยืนยันได้ แต่เชื่อว่าฝ่ายกัมพูชายังคงมีความเคลื่อนไหวและไม่หยุดพฤติกรรมยั่วยุ ไม่ว่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิดหรือดัดแปลงอาวุธ ซึ่งฝ่ายไทยจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ด้านพันโท นิติเทพ บารมี หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน กองกำลังบูรพา เปิดเผยถึงปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่บ้านหนองจานที่ผ่านมา ว่า เป็นภารกิจทวงคืนอธิปไตยของไทยที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ตั้งแต่ขั้นตอนการประท้วงและการเจรจา ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน กระทั่งสถานการณ์ถึงจุดที่ไม่สามารถยอมรับได้ รัฐบาลจึงอนุญาตให้กองทัพเข้าปฏิบัติการทางทหารตามแผนและยุทธวิธีที่กองทัพบกและกองทัพภาคที่ 1 กำหนดไว้

สำหรับพื้นที่บ้านหนองจาน มีการเข้าปฏิบัติการอย่างน้อย 6 ครั้ง โดยใช้กำลังจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากทหารราบ ก่อนเสริมด้วยปืนใหญ่ รถถัง และการสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศ อาทิ เครื่องบินขับไล่F-16 ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกเหล่าทัพ จนกระทั่งวันที่ 26 ธันวาคม มีการปรับแผนครั้งสุดท้าย จากการร่วมวางแผนของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ส่งผลให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง แม้ระหว่างทางจะมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บและสูญเสียจากการตอบโต้ของฝ่ายกัมพูชา แต่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

พันโท นิติเทพ ระบุว่า หลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของหน่วยเหนือในการเจรจาและดำเนินการเรื่องการปักปันเขตแดน พร้อมย้ำกับประชาชนชาวไทยที่เฝ้าติดตามและให้กำลังใจว่า ภารกิจยึดคืนพื้นที่ประสบความสำเร็จแล้ว และจะมีการพัฒนาแผนเพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งพื้นที่อธิปไตยของไทยต่อไป

ส่วนประเด็นการประเมินภูมิประเทศจากแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศจากโดรน พันโท นิติเทพ ชี้แจงว่า ภาพถ่ายลักษณะแบนทำให้ไม่สามารถประเมินความสูงต่ำของพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้เมื่อเข้าพื้นที่จริงพบว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่ในที่มั่นซึ่งได้เปรียบกว่า จึงจำเป็นต้องมีการปรับแผนการปฏิบัติหลายครั้ง // ขณะที่การขุดคูเลตในลักษณะซิกแซกของฝ่ายกัมพูชา เป็นหลักการพื้นฐานทางทหารที่ทุกฝ่ายปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันอันตรายต่อกำลังพล ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด

พันโท นิติเทพ ยังระบุว่า ความยากของสมรภูมินี้คือการรบในพื้นที่สิ่งปลูกสร้างและชุมชน ซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่าการรบในพื้นที่โล่งตามหลักการฝึกแบบสนามเพลาะ อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งถิ่นฐานและดัดแปลงพื้นที่เป็นที่มั่นมานานกว่า 10 ปี ทำให้คุ้นชินพื้นที่และได้เปรียบในการวางแผน ส่งผลให้การปฏิบัติของฝ่ายไทยต้องใช้เวลานานและเผชิญความยากลำบากมากขึ้น

สำหรับขวัญกำลังใจของกำลังพล เมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจ แต่กำลังพลที่เหลือยังคงต้องเดินหน้าตามแผน หากยังสามารถปฏิบัติได้ แต่หากประเมินแล้วว่าแผนไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ก็ต้องยุติการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ แม้ยังมีความไม่แน่นอน กองกำลังบูรพาขอให้ประชาชนมั่นใจว่าได้เตรียมความพร้อมและแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้ตลอด หากมีการใช้อาวุธจากฝ่ายตรงข้าม กองกำลังพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที

ทหารไทย ช่างภาพพีพีทีวี
ทหารไทยเหนือชั้น! ชนะเกมรบแม้เจอกลยุทธ์ไร้มนุษยธรรม

สุดท้าย ร.ต.รฐพล พันธ์สวัสดิ์ ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยทหารราบ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เปิดเผยถึงประสบการณ์ขณะปฏิบัติภารกิจในฐานะทหารราบยานเกราะ ระหว่างการสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ช่วงวันที่ 8 ธันวาคม ถึง 27 ธันวาคม ว่า อุปสรรคสำคัญคือเส้นทางเข้าพื้นที่ที่ยากลำบาก เนื่องจากในอดีตไทยได้ขุดคูดักรถถังตามแนวชายแดน ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ต่อมาคูดังกล่าวกลายเป็นคลองขุดเพื่อการเกษตร ทำให้การข้ามพื้นที่ทำได้ยาก // โดยพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์มีขนาดประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร หน้ากว้างประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ลักษณะเป็นคอขวด ทำให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถควบคุมและกีดกันกำลังพลไทยได้ง่าย

โดยการเคลื่อนกำลังเข้าสู่พื้นที่ต้องมีการเลี้ยวและชะลอความเร็ว จุดคอขวดจึงเป็นจุดอันตรายที่สุด เนื่องจากพื้นที่แคบและถูกฝ่ายกัมพูชาระดมยิงทันที เมื่อผ่านเข้าไปจะพบบังเกอร์ของกัมพูชา ซึ่งการถอนกำลังหรือการส่งกลับรักษาก็ทำได้ยาก เพราะถนนเป็นวันเวย์ และมียานเกราะขนาดใหญ่ปิดเส้นทาง จำเป็นต้องใช้กำลังพลเพื่อลำเลียงผู้บาดเจ็บผ่านจุดคอขวดก่อนแล้วจึงใช้รถต่อ

สำหรับสมรภูมิบ้านหนองจาน เป็นพื้นที่หมู่บ้านราบล้วน ยกเว้นถนนK5 หรือถนนสาย 58 ซึ่งกัมพูชาสร้างในพื้นที่รุกล้ำและยกระดับสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ หมู่บ้านมีลักษณะเป็นบล็อกสี่เหลี่ยม ถนนส่วนใหญ่เป็นลูกรัง และมีถนนลาดยางเพียงเส้นเดียว โดยแต่ละบ้านถูกใช้เป็นฐานที่มั่น มีการขุดหลุมบังเกอร์เป็นแนวขั้นหลายชั้น ตั้งแต่แนวคลองขุด แนวถนนK5 และแนวถอยร่นเข้าไปในหมู่บ้าน ที่ทหารกัมพูชาใช้บ้านเรือนประชาชนเป็นที่กำบังทั้งภายในและภายนอก

ร.ต.รฐพล ระบุว่า บังเกอร์ของกัมพูชามีความหนาแน่นสูง ใช้วัสดุก่อสร้างทั้งบล็อกคอนกรีต อิฐแดง และปูนฉาบ เพราะกัมพูชามีความพร้อมด้านวัสดุก่อสร้างซึ่งมีต้นทุนต่ำและหาได้ง่าย อีกทั้งมีหลุมอยู่กลางหมู่บ้าน ทำให้การยิงตอบโต้หลีกเลี่ยงการกระทบบ้านเรือนไม่ได้ ทำให้ฝ่ายเข้าตีเสียเปรียบกว่าฝ่ายตั้งรับ จึงต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

โดยการปฏิบัติการภายในยานเกราะทำให้การมองเห็นทิศทางโดยรอบจำกัด เปรียบเสมือนอยู่ในกล่องที่มองเห็นจากรูเท่าตาที่เห็นได้เพียงด้านหน้า ต่างจากการเดินเท้า อีกทั้งเมื่อดูแผนที่ก่อนเข้าพื้นที่ ภูมิประเทศดูมีขนาดกว้าง แต่เมื่อเข้าปฏิบัติจริงกลับพบว่าพื้นที่เล็กกว่าที่คาดไว้มาก

ในฐานะผู้บังคับหมวด ยอมรับว่าต้องใช้ “ใจ” อย่างมาก เนื่องจากกำลังพลส่วนใหญ่ไม่เคยมีประสบการณ์การรบในลักษณะนี้ แม้บางส่วนจะเคยปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ เมื่อถูกถามถึงความกลัว ก็ยืนยันว่าทุกคนล้วนกลัวตาย แต่ต้องใช้ความกล้ากดความกลัวไว้ เพราะสถานการณ์จริงไม่เหมือนในภาพยนตร์ ไม่มีใครเป็นฮีโร่ที่ถูกยิงแล้วบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ในฐานะผู้บังคับหมวด หากผู้นำแสดงความกลัว ลูกน้องย่อมขาดความมั่นใจ ดังนั้นจึงต้องเก็บความกลัวไว้ และแปรเปลี่ยนเป็นความกล้า เพื่อนำเป็นตัวอย่างให้ลูกน้อง เมื่อกำลังพลไปที่ใด ตนก็ต้องไปด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำพาภารกิจให้สำเร็จ ยืนยันว่าภารกิจลักษณะนี้ต้องใช้ใจนำเพื่อก้าวต่อไป // สำหรับสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสมรภูมิบ้านหนองจาน คืออาวุธ BM-21 ซึ่งยิงเป็นชุดประมาณ 30–40 ลูก จากเสียงแจ้งเตือนทางวิทยุจนถึงกระสุนตกมีเวลาไม่ถึง 30 วินาที ถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องลุ้นชีวิตอย่างมาก

เมื่อเกิดการสูญเสียกำลังพล ร.ต.รฐพล ระบุว่า “ก็จะเดินหน้าต่อ โดยคิดว่าอย่าให้เขาเสียชีวิตโดยสูญเปล่า เราต้องทำเพื่อเขา เพื่อประเทศไทย ให้นำสิ่งที่เขาสู้มาเพื่ออะไร และทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ก็จะส่งผลต่อประเทศชาติที่ดี” 

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีการหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการให้กำลังพลหมุนเวียนพักผ่อน “ทานข้าวให้อิ่ม นอนให้หลับ ถึงแม้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ยังดีกว่าไม่ได้เตรียมความพร้อม”

ทหารไทย ช่างภาพพีพีทีวี
ทหารไทยเหนือชั้น! ชนะเกมรบแม้เจอกลยุทธ์ไร้มนุษยธรรม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ