จากกรณี กองทัพภาคที่ 2 เหตุทหารกัมพูชาเสียวินัย ยิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทย ในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเหตุลักษณะนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 หลังมีข้อตกลงหยุดยิง รายงานข่าวจาก กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า เกิดเหตุฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. จำนวน 1 ลูก ตกลงในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน โดยกระสุนตกบริเวณด้านปีกขวาของฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบความเสียหายต่อกำลังพล หรือยุทโธปกรณ์ โดยกำลังพลทุกนายปลอดภัย
ขณะที่หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. พบการยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ตกใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหลังเกิดเหตุฝ่ายไทยได้เตรียมรับสถานการณ์ และเตรียมปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง
ทั้งนี้ ได้มีการประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ เพื่อให้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางฝ่ายกัมพูชาระบุว่าเป็นการเสียวินัยของกำลังพลชุดใหม่ ที่เข้ามาประจำการในพื้นที่ และได้มีการตักเตือนและกำชับกำลังพลในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ในเพจกองทัพภาคที่ 2 ยังระบุเพิ่มว่า เหตุการณ์สำคัญพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ วันที่ 5 ก.พ.69 เราสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ไม่มีเหตุรุนแรง ไม่มีการยิงตอบโต้ กำลังตามแนวชายแดนมีความพร้อมที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง พร้อมประสานผู้บังคับบัญชาฝ่ายกัมพูชาตามข้อตกลง GBC สมัยพิเศษ เมื่อ 27 ธันวาคม 2568 ขอให้ประชาชนทุกภาคส่วนเชื่อมั่นและติดตามสถานการณ์จากช่องทางที่เป็นทางการ
ด้าน กัน จอมพลัง ได้โพสต์คลิปเล่าเหตุการณ์นี้ว่า มีทีมงานของตนสร้างกระเช้าขึ้นในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน ซึ่งได้ยินเสียงระเบิด ทำให้ตอนนี้ทหารได้สั่งหยุดสร้างกระเช้าชั่วคราว และลงมาด้านล่างก่อน ซึ่ง กัน จอมพลัง บอกว่า ต้องชื่นชมทหารของเราที่มีความอดทน ไม่เช่นนั้นการรบรอบ 3 คงเกิดขึ้นแล้ว เพราะเกิดเหตุตรงพื้นที่นี้ 2 รอบแล้ว และจุดนี้เองก็เป็นจุดเริ่มต้นในการการปะทะครั้งที่ 2
นอกจากเหตุดังกล่าวแล้ว วันนี้ก็มีอีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้เข้าใจว่า เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับกรณีที่กัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม.เข้ามา ก็คือ เหตุไหม้ป่า ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 โดยน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ไว้โดยระบุว่า "ไฟไหม้ แล้วไปโดน ระเบิดที่วางไว้ อยู่หน้าแนว ไม่มีการปะทะกันค่ะ #กัมพูชาต้องจัดการระเบิดตัวเองด้วย"
นับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ วันที่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. มีเหตุการณ์ในทำนองนี้ปรากฎเป็นข่าวมาแล้วรวม 3 ครั้ง ดังนี้
ไทม์ไลน์ "กัมพูชา" ป่วน "ไทย" หลังข้อตกลงหยุดยิง
ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 ที่พบว่ามีกระสุนปืน ค. จากฝั่งกัมพูชา เข้ามาตกฝั่งไทยบริเวณเนิน 469 พื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ครั้งนั้น กัมพูชาอ้างว่าเกิดจากสะเก็ดระเบิดจากกองขยะ ได้ระเบิดขึ้น ทำให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย และเล็กน้อย 1 นาย เช่นกัน แต่ครั้งนั้นมีกระแสข่าวว่าทหารกัมพูชาเสียวินัย และเมา
เหตุการณ์ครั้ง 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2569 ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานภูผาเหล็ก ตามด้วยส่องไฟคล้ายเลเซอร์เข้ามา ทำให้ฝ่ายไทยต้องยิงแจ้งเตือน ซึ่งทางกัมพูชาอ้างว่า เพราะตกใจที่สะดุดแฟลร์ ป้องกันฐานปฏิบัติการทมอฉัตร ผลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
เหตุการณ์ล่าสุด ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 ทหารกัมพูชาเสียวินัย ยิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทย ในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งไม่นับรวมกรณีที่เกิดไฟไหม้ป่า ที่เชื่อว่าเกิดจากการเผาของกัมพูชาด้วย