การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชาวันนี้ เป็นการประชุมวาระพิเศษเพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาการสู้รบตามชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีรายงานว่ามีกำหนดประชุมในเวลา 16.00 น. ที่ด่านถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
โดยทีมข่าวเฝ้าสังเกตการณ์การบริเวณหน้าด่านถาวรบ้านผักกาด ตั้งแต่เช้า หน่วยทหารนาวิกโยธินที่ 4 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.จันทบุรี และฝ่ายปกครอง เตรียมความพร้อมสถานที่สำหรับจัดประชุม โดยจะใช้ห้องประชุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 4
ทั้งนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองให้ข้อมูลว่าจัดเตรียมสถานที่ตามกำหนดการไว้แล้ว แต่กัมพูชาจะมาร่วมประชุมตามนัดหมายหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ และก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งความจำนงให้ประชุมให้จัดประชุมวาระพิเศษที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยให้เหตุผลว่ากังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ซึ่งฝ่ายไทยได้ทำหนังสือปฏิเสธตอบกลับไป โดยยืนยันให้มาประชุมที่ฝ่ายไทย เพื่อยืนยันการแก้ไขปัญหาแบบทวิภาคีโดยไม่ประชุมในประเทศที่ 3
อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ระดับเลขานุการ ฝ่ายไทยที่จะเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พลเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร, เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร และกระทรวงการต่างประเทศ
ส่วนข้อเสนอหลัก ๆ ที่จะยื่นครั้งนี้เป็นข้อเสนอเดิมที่เคยยื่นไปแล้วครั้งก่อนคือการเจรจาหยุดยิง เพราะเรื่องนี้ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดชัดเจน ซึ่งจะอยู่ในเงื่อนไขของการยื่นข้อเสนอ แต่ทั้งหมดนี้กองเลขานุการทั้งสองฝ่ายจะต้องพูดคุยกันก่อนโดยใช้เวลา 3 วัน ก่อนลงนามร่วมกันวันที่ 27 ธ.ค.นี้
ส่วนฝ่ายกัมพูชาจะเข้าร่วมประชุมตามนัดหมายหรือไม่ ในส่วนของเลขานุการยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่กัมพูชาจะไม่เข้าร่วมประชุม และด้วยท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เชื่อว่าต้องมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจา ส่วนที่กัมพูชาขอเปลี่ยนสถานที่ประชุม ทางการไทยยืนยันว่าจะพูดคุยจนถึงระดับทวิภาคี ซึ่งกัมพูชาก็รับปากว่าจะเข้าร่วมประชุม จึงมองว่าสัญญาณสองเรื่องนี้น่าจะมีความชัดเจนพอสมควร ซึ่งเชื่อว่ากัมพูชาจะไม่ปฏิเสธ
ส่วนท่าทีของกัมพูชาจะรับข้อเสนอเดิมของไทยหรือไม่ มองว่าข้อเสนอใหม่ของไทยไม่ต่างจากปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ เพราะฉะนั้นหาก นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยอมเซ็นข้อตกลงปริญญากัวลาลัมเปอร์ได้ และหากว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นในขอบเขตก็คิดว่าน่าจะเดินต่อ ซึ่งเชื่อว่ากัมพูชารับได้
ส่วนกัมพูชาต้องการอะไรเพิ่มเติมจากฝ่ายไทยหรือไม่ เชื่อว่าสุดท้ายน่าจะเป็นข้อตกลงเรื่องดินแดน โดยมองว่าความเหมาะสมที่สุดไม่ควรนำเรื่องนี้มาพูดคุย ต้องจัดการเรื่องหยุดยิงให้เรียบร้อยก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ซึ่งมองว่าการที่จะคุยเรื่องดินแดนเป็นการรวบรัดเกินไป เพราะจริง ๆ แล้วเราเปิดกลไกให้คุยกันตั้งแต่มี MOU43 แต่กัมพูชาไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ดังนั้นจะมาพูดตอนนี้จึงยังไม่ใช่เวลา นาทีนี้ต้องเอาเรื่องเฉพาะหน้าก่อนคือเรื่องหยุดยิง