ความคืบหน้า กรณีสารวัตรหนุ่มในจังหวัดเชียงใหม่ โพสต์โซเชียลมีเดียไว้อาลัยภรรยาครูสาว หลังถูกผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งเรียกพบก่อนหายตัวไม่กลับบ้าน กระทั่งพบรมควันจบชีวิตตัวเองภายในรถนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดพบหลักฐานจากวงจรปิดภายในการเงินภายในโรงเรียน ซึ่งบันทึกภาพครูปอเดินเข้าไปยังห้องการเงิน ก่อนที่จะใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 21 ม.ค. 2569 ก่อนที่ต้นขั้วทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินจะหาย
นอกจากนี้ยังมีเอกสารแบบบันทึกการสอบสวนข้อเท็จจริง ของผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ระบุใจความว่า ได้รับรายงานถึงปัญหาจากกุล่มบริหารการเงิน เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 เนื่องจากพบว่าผู้ปกครองนักเรียนได้ชำระค่าบำรุงการศึกษาแล้วแต่ไม่ได้รับใบเสร็จ โรงเรียนจึงได้ทวงถามเนื่องจากในระบบไม่ปรากฎว่าชำระเงิน ซึ่งผู้ปกครองยืนยันว่าได้ชำระแล้วโดยโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของครูปอ จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบทั้งหมด หลังจากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนได้ดำเนินการเรียกประชุมทีมบริหารการเงินเพื่อสอบถามถึงกระบวนการทำงานเพื่อหาทางออกกรณีดังกล่าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569 ได้ทราบว่าทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินไม่ถูกต้องจึงสั่งการให้ตรวจสอบ
ต่อมาวันที่ 23 ม.ค. 2569 รองผู้อำนวยการได้รายงานว่าทะเบียนคุมเลขใบเสร็จรับเงินสูญหาย จึงให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเวลาประมาณ 19.00 น. ครูปอได้เข้ามาทำงาน และพบความผิดปกติ มีการนำผ่าม่านคลุมกล้องวงจรปิดไว้
ต่อมาวันที่ 26 ม.ค.2569 ผู้อำนวยการได้เรียกครูปอมาพบเวลา 08.00 น. เพื่อแจ้งให้ทรายว่าโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และให้ครูปอหยุดปฏิบัติติหน้าที่การเงินของโรงเรียนเพื่อดำเนินการตรวจสอบ โดยเชิญบุคคลภายนอกร่วมสังเกตการณ์จำนวน 2 คน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งในการพูดคุยผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันว่าไม่ได้สร้างความกดดัน ข่มขู่ ทั้งยังจะช่วยหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน หลังจากนั้นทางผู้อำนวยการก็ไม่พบครูปออีกเลย กระทั่งในช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. 2569 ทราบข่าวว่าครูปอเสียชีวิต จึงได้รายงานให้ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ทราบด้วยวาจา
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นกลายมาเป็นกระแสในโซเชียลหลังจากสารวัตรต้นใช้เฟซบุ๊กของครูปอ และต้นเองโพสต์ข้อความขอความเป็นธรรมให้กับแฟนสาว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างหนัก
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ให้ข้อมูลว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้เพิ่งมารับตำแหน่งได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งระหว่างรับตำแหน่งได้มีผู้ปกครองของนักเรียนได้มาร้องเรียนเรื่องจ่ายค่าเทอมลูกแต่ไม่ได้รับใบเสร็จ ทางผู้อำนวยการจึงได้มีการตรวจสอบระบบซึ่งไม่ปรากฎการชำระเงิน แต่ทางผู้ปกครองยืนยันพร้อมสลิปโอนเงินว่าได้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวครูปอไปแล้วจึงเป็นที่มาของตรวจสอบทั้งหมด รวมทั้งมีการตรวจสอบย้อนหลังไปด้วย พบว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่การเงิน (ครูปอ) จัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาแบบเงินสด ไม่เขียนใบเสร็จรับเงินให้กับนักเรียนในทันทีในวันที่ชำระเงิน และมีการจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาและเงินอื่นๆ แบบเงินสดไว้ในมือไม่นำฝากธนาคารไม่นำเข้าเซฟและไม่นำเข้าระบบ จึงทำให้มียอดเงินสะสมค่อนข้างมาก และมีการใช้ใบเสร็จข้ามเล่มไม่เรียงเลข ประกอบกับการลงวันที่ในใบเสร็จฉบับจริงและสำเนาไม่ตรงกัน และไม่ติดตามนักเรียนที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงการศึกษาและเงินอื่นๆ นำเงินส่งเข้าระบบล่าช้า ทำให้ระบบการบัญชีล่าช้าไม่เป็นปัจจุบัน
ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้มีหนังสือคำสั่งลงวันที่ 26 ม.ค. 2569 ให้มีการเปลี่ยนแปลงครูปฏิบัติติหน้าที่การเงิน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและตรวจสอบเงินบำรุงการศึกษาของทางโรงเรียนจนถึงปัจจุบันรวม 3 ปีการศึกษาพบว่าเงินหายไปทั้งหมด 5 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียน ขณะนี้ได้มีการใช้สิทธิ์ในการลาเพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงได้สอบสวนข้อเท็จจริงเต็มที่จนกว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างในโลกโซเชียลว่ามีการขนของครูสาวมาทิ้งหน้าป้อมยามนั้นได้มีคุณครูซึ่งเป็นผู้ประสานให้สารวัตรซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของครูปอมาขนข้าวของของครูปอซึ่งทรัพย์สินบางส่วนมีขนาดใหญ่ไม่สามารถขนย้ายได้ ทางสารวัตรต้นจึงได้ขอให้ทางโรงเรียนช่วยขนย้ายไปไว้บริเวณหลังป้อมยามเพื่อสะดวกต่อการขนย้ายภายหลัง ไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้างในโซเชียล