Top-Songkran69 Top-Songkran69

"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายยื่นหนังสือ ปงง. สอบปมหนึ่งใน คกก.ธุรกรรม เอี่ยวเว็บพนัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายยื่นหนังสือ ปงง. สอบปมหนึ่งในคณะกรรมการธุรกรรม อาจเกี่ยวข้องเว็บพนัน เพื่อความโปร่งใส อิสระ เที่ยงธรรมแท้จริง

9 ก.พ. 69 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. นายสัญญาภัชระ สามารถ ในฐานนะทนายความของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เข้ายื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีหนึ่งในคณะกรรมการธุรกรรม อาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ซึ่งน่าจะเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดมูลฐาน

นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ สตริงเกอร์ กทม.
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ

หรือเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้การดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรมเป็นด้วยความอิสระ โปร่งใส และเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า วันนี้ตนมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ประธาน ปปง. ช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอพิจารณาในเรื่องการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และขอให้ประธาน ปปง. ช่วยตรวจสอบ 1 ในคณะกรรมการธุรกรรมอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน

ซึ่งเรื่องนี้ได้มีคดีที่ น.ส.พิมวิไล (ขอสงวนนามสกุล) ได้แจ้งข้อหาในชุดปฏิบัติการชุดหนึ่งต่อ สน.เตาปูน ซึ่งเป็นการกระทำผิดฐานฟอกเงินหรือไม่ และ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ก็ได้ให้ตนมายื่นเพื่อให้มีการตรวจสอบ มองว่าอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันที่อาจเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำผิดในคดีมูลฐานหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้การดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรมเป็นไปด้วยความอิสระ โปร่งใส และเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง

วันนี้จึงมายื่นเพื่อให้ประธานได้เห็นถึงการดำเนินการ เพราะ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ท่านได้ยืนยันว่าในการต่อสู้คดีต่าง ๆ ของท่าน ท่านยินดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยมีผู้มีอำนาจสอบสวน และมีผู้มีอำนาจพิจารณาตามบทบัญญัติไว้ในกฎหมาย

แต่ท่านขอปฏิเสธ และขอทักท้วงกลไกการใช้อำนาจใด ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยองค์กรที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งมีการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่เป็นคู่ขัดแย้งกับท่าน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี

ซึ่งหากมีการใช้อำนาจดังกล่าวภายใต้ความขัดแย้งส่วนบุคคล ย่อมเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นการสร้างภาระเกินควร ทำความเสียหายแก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ อีกทั้งบุคคลที่ใช้อำนาจดังกล่าวก็ควรตรวจสอบตัวเองก่อน

และขอให้คณะกรรมการที่ท่านอยู่โปรดตรวจสอบก่อนว่า บุคคลท่านนี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานฟอกเงิน หรือเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยแก่สาธารณะชน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ได้ย้ำมาว่า การยื่นหนังสือดังกล่าวนี้ เป็นการปกป้องสิทธิ และส่วนได้เสียของท่านโดยสุจริตตามกฎหมาย ไม่มีเจตนากลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายผู้ใด

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการธุรกรรมท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ขัดแย้งโดยตรงกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในหลายกรณี กำลังจะนำเรื่องเกี่ยวกับการกระทำในที่พยายามที่จะให้เกิดการดำเนินการกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ โดยที่กฎหมายรัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่าต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ก็พยายามที่จะนำข้อเท็จจริงเหล่านี้เข้ามาสู่คณะกรรมการธุรกรรมเพื่อนำไปสู่การดำเนินการกับท่านในลักษณะการอายัด ยึดทรัพย์ต่าง ๆ

ท่านจึงต้องนำเรียนกับประธาน ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ขัดแย้งกับท่าน และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของเขา และข้อสังเกตต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งรายละเอียดเรื่องการพิพาท การดำเนินการตามที่เป็นข่าวเยอะอยู่ ฉะนั้น เพื่อความเป็นธรรมว่าทำไม พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ต้องยื่นหนังสือเยอะแยะ ก็เพราะว่าเรายื่นจากที่เราทราบว่าเมื่อมีการที่จะดำเนินการในลักษณะที่จะเป็นการดำเนินการกับท่านไม่ถูกต้อง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ทางเราก็ต้องดำเนินการเพื่อบอกกล่าวหน่วยงานที่ต้องดำเนินการให้รับทราบ ที่ผ่านมาทราบว่าอาจมีการประชุมภายในอาทิตย์นี้ จึงต้องมายื่นเพื่อให้ประธานได้ตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ เพราะการที่จะเข้ามาเป็นกรรมการในคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งท่านมีส่วนเป็นคู่ขัดแย้ง ก็ไม่ควรได้รับการแต่งตั้งแต่แรก และเมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่ควรดำเนินการในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายสัญญาภัชระ ยังกล่าวอีกว่า ตอนเช้าที่ตนไปยื่นหนังสือที่วุฒิสภา ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการยื่นซ้ำซ้อน เพราะก่อนหน้านี้ เราได้ทำหนังสือแจ้งเตือนหน่วยงานอย่างตำรวจ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนว่าท่านไม่มีอำนาจ และก็ไม่มีอำนาจในการไปแจ้ง ป.ป.ช. เพราะอำนาจต้องเริ่มที่ประธานรัฐสภา

แต่ทีนี้พอตอนนี้เราทราบว่าทางวุฒิสภามีการพยายามรวบรวมรายชื่อ เราก็อยากบอกว่าอำนาจตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มันเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2540-2550 จึงจะเป็นอำนาจของวุฒิสภา และเมื่อวานนี้ก็มีการเลือกตั้งแล้ว และจะมี สส. ที่จะได้รับการแต่งตั้ง 500 ราย ในเร็ว ๆ นี้ก็จะมีประธานรัฐสภา

ดังนั้น กระบวนการต่าง ๆ ขอให้พิจารณารอบคอบ ว่าการดำเนินการของประธานรัฐสภาไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ถือเอกสารส่งประธานศาลฎีกา แต่ท่านจะต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยเฉพาะพยานหลักฐานที่ตำรวจนำส่ง หากมันเป็นหลักฐานที่เกิดจากต้นไม้พิษ สิ่งที่ยื่นก็จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไปท้วงติงขอให้พิจารณาอำนาจของประธานรัฐสภาก่อน

เพราะการคำนวณจำนวน 1 ใน 5 ของสองสภา จะต้องแยกเป็นการคำนวณสองส่วนคือประธานรัฐสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา 1 ใน 5 ก็คือ 100 รายอย่างน้อย ส่วนวุฒิสภา คือ สว.อย่างน้อย 40 ราย ไม่ใช่การรวบรวมจาก สว.140 ราย เพราะถ้ารวบรวมแบบนี้ก็เกิดจากการรวบรวมวุฒิสภาเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่รัฐสภา 

นอกจากนี้ ท่านยังพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ท่านไม่ได้ไปไหน วันเลือกตั้งก็ไปสงขลา ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง และที่ไม่ได้ออกมาก็เพราะมันเป็นหน้าที่ของทนายความที่จะตอบเรื่องกฎหมายแทนท่านและลดความขัดแย้งในสังคม แต่เมื่ออีกฝั่งพยายามออกนอกกรอบอยู่เรื่อย เราก็ต้องมีการนำเรียน ไม่ใช่ยื่นไร้สาระ ยื่นตามที่เราต้องรักษาสิทธิ์

Bottom-Songkran69 Bottom-Songkran69

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ