ผลกระทบจากการปะทะระหว่างไทย - กัมพูชา ส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ขาดรายได้ จนล่าสุด มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกยึดรถยนต์ไปแล้ว 5 คัน เนื่องจากไม่มีเงินส่งค่างวด และกำลังจะมีรถที่ถูกยึดอีก ประมาณ 1,400 คัน
โดยนายธนพล เกษตรกรชาวอำเภอบ้านกรวด บอกว่า ตนไปดาวน์รถยนต์มือสองในราคาประมาณ 7 แสนบาท เพื่อมาใช้ในการขนยางพาราขาย รับจ้างอัดฟางและขนไปขายที่ผ่านมา ช่วงไม่มีการสู้รบก็ผ่อนชำระมาตลอด เดือนละ 9,305 บาท ไม่เคยค้างชำระ โดยผ่อนไปแล้วกว่า 3 แสนบาท
พอมีการสู้รบกันรอบแรกก็ยังพอหาเงินผ่อนชำระได้อยู่ แต่พอรบกันรอบสองยืดเยื้อเกือบเดือน ทำให้ไม่มีรายได้เลยเพราะไม่สามารถเข้าไปกรีดยางพาราและรับจ้างอัดฟางได้ ทำให้ไม่มีเงินไปชำระค่างวดรถยนต์ติดต่อถึง 3 งวด จึงโดนไฟแนนซ์ยึดรถไป ทั้งที่ทำเรื่องขอผ่อนผันในระบบออนไลน์ไปแล้ว ตอนนี้เดือดร้อนมาก อยากให้ทางรัฐมีมาตรการอะไรช่วยเหลือคนชายแดนด้วย
ด้าน นายกร ชาวอำเภอบ้านกรวด บอกว่า หลังมีการสู้รบกับ 2 รอบ ก็ไม่สามารถทำมาหากินได้ปกติ จึงไม่มีเงินไปชำระค่างวด ตอนนี้ค้างค่างวดอยู่ 2 งวด แต่สถานการณ์ชายแดนก็ยังตึงเครียด ไม่รู้จะรบกันอีกวันไหน เพราะทางฝ่ายกัมพูชาก็ยังสร้างสถานการณ์ยั่วยุไม่หยุด ทำให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงตรึงเครียด ทุกวันนี้ชาวบ้าน เกษตรกรที่อยู่ตามแนวชายแดน ต้องใช้ชีวิตกันแบบหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าจะมีการปะทะรอบ 3 อีกหรือไม่
ซึ่งจากผลกระทบดังกล่าวทราบว่าขณะนี้ทั้งชาวบ้าน และเกษตรกร ประสบปัญหาค้างชำระค่างวดรถยนต์ ที่กำลังจะถูกยึดมากว่า 1,400 คัน จึงอยากให้ไฟแนนซ์ขยายเวลาชำระ เพื่อให้โอกาสได้ทำงานหาเงินมาจ่ายค่างวดสัก 3 – 6 เดือน เพราะถ้ายึดรถไปก็จะเป็นการซ้ำเติมคนที่เดือดร้อน และหากเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือด้วย