"หมอปลา" บุกวัดสัปเหร่อดังอ่างทอง ขุดศพทารก 2 ร่างจากสุสานเด็กตายท้องกลมกว่า 100 ศพ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"หมอปลา" พร้อมทนายกองทัพธรรมและเจ้าหน้าที่มูลนิธิ บุกพื้นที่วัดใน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ขุดศพทารก 2 ร่างจากสุสานเด็กตายท้องกลมกว่า 100 ศพ ด้านทนายชี้ชัด เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา

ที่บริเวณมูลนิธิแห่งหนึ่งหน้าวัดสิงห์ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หมอปลาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อ่างทอง ทนายจากกองทัพธรรม พร้อมผู้เสียหาย 2 ราย เข้าขุดศพทารกที่ถูกฝังอยู่บริเวณด้านข้างอาศรมกุมาร-กุมารีย์ ที่เป็นสุสานฝังศพเด็กตายท้องกลมกว่า 100 ศพ หลังผู้เสียหายทั้ง 2 ราย เข้าขอความช่วยเหลือจากหมอปลาให้ช่วยพามาขุดศพเด็กที่ถูกฝังไว้ เพื่อนำไปทำพิธีทางศาสนา  

 

เด็ก สตริงเกอร์ อ่างทอง
"หมอปลา" บุกวัดสัปเหร่อดังอ่างทอง ขุดศพทารก 2 ร่างจากสุสานเด็กตายท้องกลมกว่า 100 ศพ

โดยหลังจากเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.วิเศษชัยชาญ และเดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าวในช่วงค่ำที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้เสียหายทั้งสองจะพาไปชี้จุดที่ศพทารกถูกฝังอยู่ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขุดนำกระดูกและสิ่งของที่ฝังไว้ขึ้นมาได้ 2 ร่าง ก่อนที่จะให้พระสมุห์ประเสริฐ ฐานะยุโต เจ้าอาวาสวัดสิงห์ ทำพิธีมอบให้กับทางญาติเพื่อนำไปทำพิธีทางศาสนา ท่ามกลางชาวบ้านนับร้อยที่มาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่

หนึ่งในญาติของหญิงตายท้องกลมที่นำศพมาผ่าและต้องฝังร่างของเด็กไว้ที่นี่ เล่าว่าน้องสาวของตนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ขณะนั้นมีท้องใกล้คลอดแล้ว ซึ่งก็จะเอาศพไปทำพิธีเผา แต่ทางชาวบ้านในหมู่บ้านไม่ยอม เนื่องจากกลัวว่าจะเฮี้ยน จึงต้องนำศพมาผ่าเด็กออกก่อน หลังจากค้นหาข้อมูลในโซเชียลก็เลยเจอที่นี่ จึงนำศพมา แต่หลังจากทำพิธีผ่าแล้ว ทางลุงสนมไม่ยอมให้นำศพเด็กกลับไป โดยอ้างว่าจะเฮี้ยน ทำให้ไม่รู้จะทำอย่างไร

นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา เปิดเผยว่าที่เดินทางมาในวันนี้ เนื่องจากทางญาติไม่สบายใจ คือไม่ต้องการที่จะเอาศพเด็กไว้ที่ตรงนี้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่ด้วยความที่ถูกกล่อมด้วยคำพูดว่าผ่าตรงนี้ก็ต้องเอาไว้ตรงนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวเฮี้ยน จึงต้องจำใจเอาไว้ที่นี่

ด้าน ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือมหาหมี รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ทนาย เปิดเผยว่าในส่วนนี้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมี 2 เรื่อง ก็คือเรื่องอนาจารซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว ในส่วนที่มาวันนี้คือการจัดตั้งสุสานภายในวัด ซึ่งทางเจ้าอาวาสต้องขออนุญาตกรมการปกครอง และจะต้องผ่านท้องถิ่น โดยนายก อบต. เป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้อนุญาตในการทำสุสานเอกชนหรือสุสานที่เป็นสาธารณประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน และกฎกระทรวงได้กำหนดไว้ชัด ให้ท้องถิ่นเป็นผู้ตรวจสอบและออกใบอนุญาต แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลวงพ่อไม่ได้ขออนุญาต ส่วนพื้นที่ตรงนี้อนุญาตให้ลุงสนมและภรรยาอยู่อาศัยเท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้สร้างสุสาน ปัญหาก็เลยอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบหรือไม่ ถ้าทราบก็ต้องดำเนินการ ถ้าไม่มีการขออนุญาตก็คือต้องรื้อทั้งหมด ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ยืนยันว่าจะรื้อ ซึ่งแม้จะเป็นมูลนิธิก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สาธารณสุข และความหวาดกลัวของชุมชน ซึ่งต้องทำประชาพิจารณ์ ซึ่งมีกำหนดไว้ว่าต้องห่างจากถนน 400 เมตร และการอนุญาตมีอายุ 3 ปี

ส่วนลุงสนมจะมีกฎหมายอาญาเกี่ยวข้อง 2 มาตรา คือมาตรา 199 ปิดบังซ่อนเร้นศพ ตรงนี้เข้าข้อกฎหมายหรือไม่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน แต่ที่น่าจะผิดแน่ก็คือมาตรา 366/3 โดยเจตนา โดยไม่มีเหตุอันสมควร ที่เคลื่อนย้าย ทำลาย ซ่อนเร้นศพ หรือกระทำการใด ๆ โดยมิชอบ ที่มีโทษ 3 ปี รวมถึงมาตรา 366/4 ดูหมิ่นเหยียดหยามศพ

สำหรับนายสนม เคยโด่งดังจากการเป็นข่าวทางสื่อและโซเชียลว่าเป็นมือผ่าหญิงตายท้องกลม และนำร่างเด็กตายท้องกลมมาฝังไว้นับร้อยร่างบริเวณป่าข้างวัด และมีการนำไม้ปักไว้พร้อมพวงมาลัยห้อย ตามความเชื่อโบราณที่จะเผาหญิงตายท้องกลมต้องผ่าเด็กออกก่อนเผา จนโด่งดังไปทั่วประเทศ ก่อนที่จะมาถูกแจ้งความดำเนินคดี 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ