ว่าที่ สส.ไม่ทน! โดนอ้างชื่อยึดสวนปาล์ม 3 หมื่นไร่ในป่าสงวน ผู้นำท้องที่-จนท.รัฐมีเอี่ยว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ว่าที่ สส. "บ้านใหญ่ชุมพร" ไม่ทนโดนอ้างชื่อยึดสวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 3 หมื่นไร่ในป่าสงวน เผยทำเป็นกระบวนการ ผู้นำท้องที่มีเอี่ยว-เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยเกียร์ว่าง

วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้รับการประสานจาก นายสุพล จุลใส, นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 เขตจังหวัดชุมพร ว่ามีกลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เข้าไปลักลอบเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่หมดสัมปทานเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสลุย-ป่ารับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร บนเนื้อที่กว่า 3 หมื่นไร่ โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้แอบอ้างชื่อว่าเป็นของ สส.บ้านใหญ่ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ และเจ้าหน้าที่ไม่กล้าจับกุม

สวนปาล์ม สตริงเกอร์ ชุมพร
สภาพสวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 3 หมื่นไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติ

ต่อมา พล ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้สั่งการให้พ.ต.ต.ปรัชญา ชัยงาม สว.กก.สส..จว.ชุมพร สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.ฐิติณัฐฏ์ ศรีสังข์ รอง ผกก.สส.ภ.8 นำกำลังตำรวจ นปพ.ภ.จว.ชุมพร กว่า 10 นาย ลงพื้นที่เป้าหมายหมู่ที่ 10 ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นสวนปาล์มหมดสัมปทานอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสลุย-ป่ารับร่อ ดังกล่าว อยู่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ประมาณ 20 กิโลเมตร

โดยจากการตรวจสอบจุดแรกพบร่องรอยมีรถแม็คโครขุดเป็นร่องลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1 เมตร มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยขุดเป็นแนวยาวทั้งสองฝากถนนลูกรังเพื่อแบ่งเขตแดนจับจองเพื่อเก็บเกี่ยวผลปาล์ม ซึ่งก่อนหน้านี้มีชาวบ้านได้แอบถ่ายคลิปรถแบคโฮ ขณะกำลังขุดเป็นคูร่องลึกดังกล่าวเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียนด้วย

จุดที่สองอยู่ไม่ไกลกันมากนักกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดได้เข้าตรวจสอบพบมีคนไทย 2 คน ทราบชื่อคือ นายสมพร รักษ์เกลี้ยง อายุ 46 ปี และนายสถาพร ทิมน้อย อายุ 43 ปี กำลังยืนคุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 2 คน ที่กำลังใช้ตะขอเคียวเก็บเกี่ยวผลปาล์มอยู่ในสวนปาล์มหมดสัมปทานอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมทั้งหมดไว้ และตรวจยึดของกลางตะขอเกี่ยวปาล์ม 2 อัน และผลปาล์มที่เก็บเกี่ยวกองอยู่ตามจุดต่างๆอีกจำนวนมาก

นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุยังพบรถกระบะมิตซูบิชิ  และรถกระบะโตโยต้า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในรถกระบะโตโยต้าสีเทาดำ เจออาวุธปืนขนาด 9 มม.1 กระบอก อยู่ในกระเป๋าสะพานวางอยู่บนเบาะหลังเกียร์ โดยมี นายสถาพร ทิมน้อย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมรับเป็นเจ้าของรถและเจ้าของอาวุธปืนดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นปืนมีทะเบียนแต่เป็นชื่อของภรรยา อย่างไรก็ตามขณะเจ้าหน้าที่จับกุม ได้มีชายอายุประมาณ 25 ปี รูปร่างอ้วนได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาสอบถามและพยายามจะให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สนใจและพูดคุยด้วยแต่อย่างใด

สวนปาล์ม สตริงเกอร์ ชุมพร
บุกจับแรงงานต่างด้าวในสวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 3 หมื่นไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติ

จากนั้นตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวรวม 4 คน พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สลุย เขตพื้นที่รับผิดชอบ จากการสอบสวนคนไทยทั้ง 2 คน ให้การว่าได้พาแรงงานต่างด้าวมารับจ้างตัดปาล์มในสวนดังกล่าวให้แก่นายจ้างแต่ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง

ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนทราบว่า พื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทานจากบริษัทเอกชนจำนวนกว่า 3 หมื่นไร่ ในพื้นที่คาบเกี่ยวตำบลหงษ์เจริญ ตำบลรับร่อ หมดสัมปทานมานานหลายปีแล้ว แต่ทางกรมป่าไม้ยังไม่ดำเนินการใด แต่กลับปล่อยให้กลุ่มนายทุน ผู้นำท้องที่ นักการเมืองท้องถิ่นเข้าไปจัดสรรแบ่งล็อกกันเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมันเดือนละกว่า 100 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานเกี่ยวข้องบางคนร่วมขบวนการด้วย นอกจากนั้นในพื้นที่สวมปาล์มหมดสัมปทานดังกล่าวยังมีวัวเถื่อนที่ไม่ได้ตีทะเบียนใบหูตามกฎหมายจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งทั้งวัวสายพันธุ์และวัวบ้านหรือวัวแกลบ ที่กลุ่มบุคลผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นดังกล่าว ได้ลักลอบนำเข้ามาจากฝั่งประเทศเมียนมา โดยนำเข้ามาเลี้ยงอำพรางเป็นวัวชาวบ้านกระจายไว้ตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ป่าสงวนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อหาเพิ่มกับ นายสถาพร ทิมน้อย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร

ขณะเดียวกันได้มีหญิงสาวอ่างว่าเป็นภรรยาของ นายสมพร รักษ์เกลี้ยง ได้มาเยี่ยมสามีได้พูดกับผู้สื่อข่าวลักษณะไม่พอนายจ้างโดยบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่ง ได้ว่าจ้างสามีตนเองเข้าไปเก็บเกี่ยวผลปาล์มในพื้นที่ดังกล่าว แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบปล่อยให้สามีตนเองถูกจับและไม่มาช่วยเหลือ ซึ่งสามีตนเป็นผู้รับจ้างใครจ้างหาเช้ากินค่ำใครจ้างก็ไป และในพื้นที่สวนปาล์มดังกล่าวมีการแบ่งล็อกจับจองเป็นเจ้าของกันหมดแล้ว และก็มีการจ้างแรงงานเข้าไปตัดเก็บปาล์มกันทุกวันไม่เห็นมีใครมาจับกุม ซึ่งสามีตนเป็นเพียงผู้รับจ้างเท่านั้น

บ้านใหญ่ชุมพร สตริงเกอร์ ชุมพร
ว่าที่ สส. บ้านใหญ่ชุมพร ไม่ทนโดนอ้างชื่อยึดสวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 3 หมื่นไร่

อย่างไรก็ตามภายหลังการจับกุม นายสุพล จุลใส, นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ว่าที่ สส.ชุมพรทั้ง 3 เขต ได้เดินทางมาที่ สภ.สลุย พร้อมกับเปิดเผยว่าที่ผ่านมามีกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ซึ่งมีทั้งนักการเมือง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่รัฐบางคนบางกลุ่ม ได้เข้าไปยึดครองจัดสรรพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทานในป่าสงวนแห่งชาติกว่า 3 หมื่นไร่ โดยใช้รถแม็คโครเข้าไปขุดเป็นร่องและคันแนวเพื่อแบ่งบันเขตกันจับจองเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมัน แล้วอ้างว่าเป็นของกลุ่ม สส.บ้านใหญ่ในจังหวัดชุมพร

นายสุพล จุลใส หรือ "สส.ลูกช้าง" กล่าวว่าพวกตนไม่เคยมีผลประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทาน แต่กลุ่มอิทธิพลในพื้นที่และเจ้าหน้าที่รัฐบางคนบางกลุ่มชอบเอาชื่อของพวกตนไปกล่าวอ้างหาผลประโยชน์ จนชาวบ้านทั่วไปหลงเชื่อทำให้เสียชื่อเสียง พวกตนจึงต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความจริง และรวบรวมหลักฐาน โดยตนไม่บอกให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รู้ เพราะกลัวว่าข่าวจะรั่ว จนกระทั่งมีการจับกุมได้ดังกล่าว

"ปัญหาสวนปาล์มน้ำมันทั้งหมดกว่า 3 หมื่นไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว เท่าที่ตนทราบข้อมูลเกิดจากระดับสั่งการตั้งแต่เบื้องบนในกรมป่าไม้ ที่มีการส่งผลประโยชน์ถึงกัน จึงปล่อยเกียร์ว่างไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งที่สวนปาล์มหมดสัมปทานมานานแล้ว " นายสุพลกล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ