วันที่ 26 ก.พ. 2569 ความคืบหน้าทางคดีกรณีการบุกรุกทำถนนในเขต ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา และ ขสป.สาละวิน ล่าสุดพ.ต.อ.วัชระ เทือกตา ผกก.สภ.แม่ลาหลวง เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่ได้ลงตรวจสอบพื้นที่ พบมีการตัดถนนใหม่ระยะทาง 6.6 กิโลเมตร ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กิโลเมตร ทาง สภ.แม่ลาหลวง ได้ดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดถนนในพื้นที่ ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา และ ขสป.สาละวิน จำนวน 2 ราย
ทั้งนี้ ทาง สภ.แม่ลาหลวง ได้ดำเนินรวบรวมพยานหลักฐานทางคดี กับ บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดถนนในพื้นที่ ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา และ ขสป.สาละวิน จำนวน 2 ราย คือ อดีต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต , ก่นสร้าง แผ้วถาง อันเป็นการทำลายป่าฯและมีไม้หวงห้ามฯ ตาม พรบ.ป่าไม้ และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ,เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (จากกรณีนำรถยนต์ของทางราชการไปใช้ในการกระทำความผิด)
และคนที่สอง เป็น พนักงานราชการ (คนงาน) คนสนิทของ หน.ฯ ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา ดำเนินคดีในฐานความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับนายกฤษฎา เนื่องจากมีการดำเนินคดีในฐานความผิดเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ,เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เมื่อมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีนี้ จึงเข้า มาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติฯ ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง จึงมีความเห็นให้ส่งสำนวนคดีนี้ ให้กับ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบโทรศัพท์ของอดีตหัวหน้า ขสป.พบว่าในไลน์ได้มีการพูดคุยกับผู้กองรายหนึ่งหลายครั้งเพื่อเจรจาเรื่องการซื้อขายแร่พลวงและดีบุกที่มีการนำเข้าจากฝั่งประเทศพม่า โดยมีคนที่เป็นนายหน้าซื้อขายแร่เถื่อนอยู่หลายคน นอกจากนี้ยังมีการสอบถามถึงเส้นทางที่ใช้ขนแร่เถื่อนจากด่านเสาหินเพื่อนำออกไปขายด้านนอก ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้ทำตำรวจเชื่อว่าว่าการสร้างถนนเส้นนี้มีแรงจูงใจจากขบวนการค้าขายแร่เถื่อน
นายสุภัค อมรใฝ่วจี ผู้ใหญ่บ้าน แม่สอง หมู่ 3 ต. เสาหิน จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่าชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้รัฐมนตรีอนุญาตให้ชาวบ้านได้ใช้ถนน เพราะการเดินทางช่วงฤดูฝนโดยใช้ถนนเส้นเก่าต้องใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้เส้นทางที่ปรับปรุงใหม่นี้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ซึ่งนอกจากชาวบ้านแล้ว ยังมีหน่วยงานราชการหลายแห่งก็ใช้เส้นทางนี้ เช่น ครูตชด. ตำรวจ ทหาร อนามัย
“เราอยากได้โครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนและไฟฟ้า เพราะในหมู่บ้านมีปัญหามากพอสมควร เช่น พาคนป่วยไปส่งที่ อ.แม่สะเรียงก็ไม่สามารถทำได้เพราะเส้นทางสัญจรลำบาก บางคนถึงกับเสียชีวิต ทำให้รู้สึกสะเทือนใจในเมื่อเราก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้” นายสุภัค กล่าว