7 เทรนด์ลดความอ้วนปี 2026 เน้นเข้าใจร่างกาย คุมอินซูลิน-ฮอร์โมน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันอ้วนโลก 4 มี.ค. หมอเจดชี้คนไทย 1 ใน 3 เสี่ยงโรคอ้วน แนวคิดใหม่เน้นจัดการฮอร์โมน รักษากล้ามเนื้อ เลี่ยงน้ำตาล สร้างสุขภาพยั่งยืน

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook หมอเจด ระบุเนื่องในวันอ้วนโลก (World Obesity Day) ที่ 4 มีนาคมของทุกปี  ช่วงนี้ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าแนวคิดเรื่อง “การลดน้ำหนัก” เปลี่ยนไปเยอะมาก คนไทยประมาณ 1 ใน 3 กำลังเผชิญภาวะโรคอ้วนอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ซึ่งหลายคนยังติดภาพเดิมว่า ลดอ้วนต้องกินน้อย ๆ วิ่งเยอะ ๆ ชั่งน้ำหนักทุกวัน แล้วอดทนเอา

เทรนด์การลดน้ำหนัก หมอเจด
เทรนด์การลดน้ำหนัก

ทั้งที่ความจริงเราเริ่มมองโรคอ้วนต่างจากเดิมแล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องวินัย ไม่ใช่แค่แคลอรี่เข้าออก แต่เป็นเรื่องฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ กล้ามเนื้อ ลำไส้ และพฤติกรรมระยะยาวทั้งหมด

7 เทรนด์ดูแลโรคอ้วนยุคใหม่

จากกลัวไขมัน → กลัวน้ำตาลและอาหารแปรรูปมากกว่า

เมื่อก่อนทุกคนโฟกัส low-fat แต่ข้อมูลช่วง10–15ปีหลังพบว่าตัวปัญหาหลักของ metabolic disease คือ น้ำตาลสูง แป้งขัดสี และ ultra-processed food มากกว่าไขมันธรรมชาติ ไขมันดีจากปลา น้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือถั่ว ไม่ได้เป็นผู้ร้ายอย่างที่เคยคิด ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่กินไขมันหรือไม่กิน แต่คือ “คุณภาพอาหาร” และระดับการแปรรูปต่างหาก

จากกินผักเยอะที่สุด → โปรตีนต้องพอเพื่อรักษากล้ามเนื้อ

ผักยังสำคัญ แต่แนวคิดใหม่เน้นว่าโปรตีนคือฐานของ metabolic health เพราะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ เพิ่มฮอร์โมนอิ่ม ลดการกินเกิน และป้องกันภาวะอ้วนร่วมกับกล้ามเนื้อน้อยในวัย40+ หลายแนวทางแนะนำประมาณ1.2–1.6กรัมต่อน้ำหนักตัวต่อวันในคนลดน้ำหนัก โดยเฉพาะคนอายุเกิน40ปีที่สูญเสียกล้ามเนื้อง่ายกว่าวัยหนุ่มสาว

จากนับแคลอรี่ → เข้าใจฮอร์โมนอินซูลิน

สมดุลพลังงานยังสำคัญ แต่ปัจจุบันเราเข้าใจมากขึ้นว่าอินซูลินมีบทบาทหลักในภาวะดื้ออินซูลิน ไขมันช่องท้อง และไขมันพอกตับ การดูแลจึงเพิ่มเครื่องมืออย่างอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ การจำกัดช่วงเวลากิน หรือการติดตามระดับน้ำตาล เพื่อป้องกัน glucose spike ที่กระตุ้นการสะสมไขมันแบบเงียบ ๆ

จากดูตัวเลขบนตาชั่ง → ดูองค์ประกอบร่างกาย

น้ำหนักลดไม่ได้แปลว่าสุขภาพดีเสมอไป ถ้ากล้ามเนื้อหายแต่ไขมันยังสูง ปัจจุบันจึงเริ่มดูเปอร์เซ็นต์ไขมัน ไขมันช่องท้อง และมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น เครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายจึงมีบทบาทในคลินิก เพราะเป้าหมายจริงคือ “ลดไขมัน รักษากล้ามเนื้อ” ไม่ใช่แค่ตัวเลขเบาลง

จากคาร์ดิโอเผาผลาญ → สร้างกล้ามเนื้อและขยับระหว่างวัน

แนวคิดใหม่มองว่ากล้ามเนื้อคืออวัยวะเผาผลาญ การทำเวทเทรนนิ่ง การกระตุ้นกล้ามเนื้อ และการขยับร่างกายระหว่างวัน เช่น เดินหลังอาหาร หรือออกกำลังสั้น ๆ หลายครั้ง ช่วยควบคุมน้ำตาลและระบบเผาผลาญได้ดีกว่าการวิ่งยาว ๆ อย่างเดียว

จากโทษตัวเองว่าไม่มีวินัย → เข้าใจว่าโรคอ้วนคือโรคชีวภาพ

การค้นพบเรื่องฮอร์โมนความหิวความอิ่ม เช่น leptin และ ghrelin ทำให้เข้าใจว่าโรคอ้วนไม่ใช่แค่ขาดความตั้งใจ ปัจจุบันจึงมียาที่ช่วยควบคุมความอยากอาหารและอินซูลิน เช่น Semaglutide และ Tirzepatide ซึ่งช่วยปรับกลไกชีวภาพ ไม่ใช่แค่บอกให้คนไข้พยายามมากขึ้น

จากไดเอตระยะสั้น → สร้าง metabolic lifestyle ระยะยาว

เทรนด์ใหม่ไม่เน้น crash diet หรืออดอาหารสุดโต่ง แต่เน้นการนอนให้พอ ลดความเครียด จัดจังหวะชีวิตให้สอดคล้องนาฬิกาชีวภาพ และดูแลลำไส้ เพราะทั้งหมดส่งผลต่ออินซูลิน ฮอร์โมนความหิว และการอักเสบในร่างกาย

แนวคิดลดน้ำหนักยุคใหม่ ลองเปลี่ยนจาก “กินน้อย วิ่งเยอะ” มาเป็น “จัดการฮอร์โมน รักษากล้ามเนื้อ และกินอาหารคุณภาพสูง” ถ้าใครยังใช้วิธีเดิมแล้วน้ำหนักไม่ลง อาจไม่ใช่เพราะตัวเองไม่มีวินัยนะ แต่อาจเพราะวิธีนั้นล้าสมัยแล้ว ลองปรับมุมมองใหม่แบบนี้ แล้วคุณจะเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น และลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืนกว่า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ