กลุ่มชาวชีอะห์ประเทศไทยกว่า 200 คน รวมตัวกันบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อจัดกิจกรรมไว้อาลัยต่อการสูญเสีย อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณของอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุลอบสังหารทางอากาศ ณ กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทองหล่อ ตำรวจ 191 และตำรวจสันติบาล รวมกว่า 30 นาย คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นายอาลี ชาฮุไซนี ตัวแทนกลุ่มชาวชีอะห์ประเทศไทย เปิดเผยว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียบุคคลเปรียบเสมือนบิดา และเสาหลักทางจิตวิญญาณ
โดยยืนยันว่าเลือกใช้แนวทางสันติในการแสดงออก ณ สถานทูตอิหร่าน เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลและประชาชนอิหร่าน แทนการไปประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐฯ หรืออิสราเอล เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำขอของรัฐบาลไทย
"การสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้ทำให้กำลังใจพวกเราลดลง เพราะทุกคนพร้อมเสียสละเพื่ออุดมการณ์ และเราขอเรียกร้องให้สหประชาชาติรวมถึงผู้มีจิตสำนึกด้านมนุษยธรรม ตระหนักถึงการกระทำที่ละเมิดกฎหมายสากลในครั้งนี้" นายอาลีระบุ
พร้อมกันนี้ นายอาลีได้วิจารณ์บทบาทของสหรัฐฯ ว่าขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระดับโลก และมักเลือกปฏิบัติเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ในส่วนของท่าทีรัฐบาลไทย กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมได้ส่งสารถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยขอให้รัฐบาลรักษาจุดยืนความเป็นกลาง ไม่เลือกข้างในความขัดแย้งระหว่างประเทศ และดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ซึ่งทางกลุ่มเชื่อมั่นในความฉลาดทางสติปัญญาและความรอบคอบของนายกรัฐมนตรีในการบริหารสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนนี้
บรรยากาศในช่วงท้ายเป็นไปอย่างโศกเศร้า ผู้ร่วมชุมนุมได้ร่วมกันร้องเพลงไว้อาลัยและกล่าวบทสดุดี บางส่วนร่ำไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมมีการตะโกนคำขวัญประณามอิสราเอลและสหรัฐฯ รวมถึงเรียกร้องให้ปลดปล่อยปาเลสไตน์
ก่อนจบกิจกรรม ตัวแทนกลุ่มได้นำดอกไม้เข้าไปวางไว้อาลัยด้านในสถานทูต และมอบหนังสือประกาศจุดยืนต่อ นายนัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี (H.E. Mr. Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย โดยระบุว่าหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จะมีการหารือระหว่างแกนนำมัสยิดต่าง ๆ เพื่อกำหนดเคลื่อนไหวในอนาคตผ่านทางโซเชียลมีเดียต่อไป