ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แถลงข่าวกรณีปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของอิสราเอลและสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ดร.อโลนา ให้เหตุผลว่า อิหร่านคือ "ภัยคุกคาม" ของอิสราเอล ใน 3 ด้านสำคัญ คือ ขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกล และการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นทางตรงจากอิหร่าน หรือใช้สงครามตัวแทน สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย คือ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มฮูตี ในการโจมตีอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันตนเองจากภัยคุกคามเหล่านี้
ในอดีต ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน มีความใกล้ชิด จนกระทั่งการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ที่อิหร่านได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองมาเป็นสาธารณรัฐอิสลาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ อิสราเอล-อิหร่าน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ตลอดระยะเวลา 47 ปี ที่ระบอบการปกครองของอิหร่านเป็นเช่นนี้ พวกเขามีความคิดที่ต้องการทำลายล้างรัฐอิสราเอล
ดร.อโลนา ชี้ว่า ปัจจุบันเราประเมินอิหร่านว่า อยู่ในจุดที่อ่อนแอที่สุด พันธมิตรของอิหร่านก็อ่อนแอลงเช่นกัน อิหร่านใช้พันธมิตรที่เป็นกลุ่มก่อการร้ายในการโจมตีอิสราเอล เนื่องจากอิหร่านไม่มีพรมแดนติดต่อกับอิสราเอล ไม่สามารถโจมตีอิสราเอลได้โดยตรง
ดังนั้น อิหร่านจึงสนับสนุนกลุ่มฮามาสทางใต้ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนเหนือ และซีเรียทางตะวันออก ซึ่งระบอบของซีเรียที่อิหร่านสนับสนุนได้ล่มสลายไปแล้ว รวมไปถึงกลุ่มฮูตีในเยเมนด้วย
ดังนั้น เมื่อกลุ่มเหล่านี้โจมตีอิสราเอล อิสราเอลจำเป็นต้องโจมตีกลุ่มเหล่านี้กลับเพื่อป้องกันตนเอง และการที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลตอนนี้ อิหร่านจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ตนเองก่อ
นอกจากนี้ ทูตอิสราเอลยังระบุต่อไปว่า ระบอบการปกครองของอิหร่านนั้นไร้ความชอบธรรมทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะในปีนี้ ที่ระบอบการปกครองของอิหร่านได้สังหารประชาชนชาวอิหร่านไปแล้วหลายพันคนจากการประท้วง รวมไปถึงการแอบพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ด้วย
ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้อิสราเอลและสหรัฐฯ จำเป็นที่จะต้องโจมตีอิหร่านเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ ทูตอิสราเอลกล่าวอย่างหนักแน่นว่าเราไม่รู้ว่าสงครามจะยาวนานเท่าไร แต่เราให้การสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านด้วยชาวอิหร่านเอง
และการที่ มุจตาบา คาเมเนอี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ก็ไม่ได้ทำให้วิสัยทัศน์ของอิหร่านที่มีต่ออิสราเอลเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด
ในส่วนของแรงงานไทยในอิสราเอลนั้น อิสราเอลจะคุ้มครองชาวต่างชาติทั้งหมด รวมถึงแรงงานไทยที่มีอยู่กว่า 50,000 คน ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน พื้นที่หลบภัย และระบบป้องกันการโจมตี รวมไปถึงการทำงานใกล้ชิดกับสถานทูตไทยประจำอิสราเอล มีสายด่วนภาษาไทย เพื่อแนะนำการปฏิบัติ ให้ข้อมูลในภาวะฉุกเฉินด้วย