กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผบ.ทรภ.1 ร่วมกับ ศรชล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงจับกุมเรือบรรทุกน้ำมัน “บี มารู 3” หลังตรวจพบพฤติกรรมสงสัยขณะมุ่งหน้าปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรือ ต.991 เข้าตรวจสอบเรือเป้าหมายบริเวณทิศใต้ของทุ่นไฟปากร่องเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา
จากการเข้าตรวจสอบ เรือบรรทุกน้ำมัน “บี มารู 3” พบลูกเรือไทย 6 ราย ไม่มีเอกสารประจำตัวและเอกสารประจำเรือ บรรทุกน้ำมัน ดีเซล ชนิด B0 เต็มระวาง
ผู้ควบคุมเรืออ้างว่าเป็นน้ำมันเสียจากการล้างท้องเรือ (Sludge Oil) ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของน้ำมันได้อย่างชัดเจน จึงการดำเนินการ ควบคุมเรือเข้าท่าเรือจุกเสม็ด สัตหีบ เพื่อให้กรมสรรพสามิตตรวจวัดปริมาณน้ำมันอย่างละเอียดและดำเนินคดีตามกฎหมาย
พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว กล่าวว่า กองทัพเรือยืนยันเดินหน้าบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันเลี่ยงภาษีอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงราคาน้ำมันผันผวน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและความมั่นคงทางทะเล
ด้านนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบของเหลวภายในระวางบรรทุกมีลักษณะคล้ายน้ำมันดีเซล และไม่สามารถระบุที่มาของน้ำมันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำมันส่งให้กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลาง กรมสรรพสามิต เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอน โดยจากการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเบื้องต้นพบว่า มีปริมาณประมาณ 250,000 ลิตร
ต่อมากรมสรรพสามิตได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ชนิดของน้ำมันและตรวจวัดปริมาณอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นน้ำมันดีเซล ซึ่งเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตตามกฎหมาย จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยประเมินค่าปรับรวมภาษีเป็นเงินประมาณ 5.7 ล้านบาท