วันที่ 17 มี.ค.69 เวลา 13.00 น. ร.ต.อ.ธีรวัต พรประสิทธิ์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงสร้อยคอทองคำจากแม่ค้าร้านขายของชำ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และประสานงาน จนท.ผู้เกี่ยวข้องช่วยสืบสวนติดตามคนร้าย
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลได้วิทยุแจ้งสกัดจับคนร้าย และมีการวางกำลังไปทั่วพื้นที่ โดยมี พ.ต.อ.กิตติสัณห์ ชะนะ และ พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รอง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เดินทางมายังในพื้นที่เกิดเหตุ ขณะที่ พ.ต.อ.กิตติสัณห์ กล่าวว่า ตอนนี้ได้ภาพคนร้ายจากกล้องจรปิดแล้ว ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เดี๋ยวจะไล่ติดตามเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดตามรายทาง ซึ่งลักษณะพฤติกรรมการก่อเหตุนั้น คนร้ายมาคนเดียวใช้รถจักรยานยนต์รุ่นเวฟสีดำสวมหมวกกันน็อก แต่ยังเห็นภาพไม่ชัดเจน และใช้เวลาก่อเหตุเพียงไม่ถึง 1 นาที ระหว่างที่เดินทางเข้ามาในเส้นทางหมู่บ้านและขับรถออกไปหลังจากก่อเหตุ
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สายตรวจ ระดมกำลังพากันเดินทางมายังในที่เกิดเหตุนั้น ส่วนใหญ่ได้ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางมาเป็นหลัก และหลังจากเจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลสัณฐานคนร้ายแล้ว ได้ต่างพากันแยกย้ายกันเพื่อออกไปทำงานไล่ล่าติดตามคนร้าย แต่กลับมีรถจักรยานยนต์บางคัน ที่อาจจะไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เนื่องจากอาจถูกจอดทิ้งเก็บเอาไว้เป็นเวลานานมากแล้ว เนื่องจากมีการยุบจำนวนสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.เมือง จากเดิมมี 5 สาย เหลือเพียงแค่ 2-3 สาย เนื่องจากมีกำลังไม่เพียงพอ และเพิ่งถูกนำออกมาใช้งานจึงอยู่ในสภาพติดๆ ดับๆ สตาร์ทไม่ได้
จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างต้องช่วยกันรุมเข็นท้ายเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ให้รถติด โดยที่ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง เจ้าหน้าที่ระดับสารวัตรรายหนึ่งด้วยว่า ขณะนี้รถยนต์สายตรวจของ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ไม่มีน้ำมันดีเซลเติมแล้ว เนื่องจากน้ำมันในปั้มเกือบทั่วทั้งเมืองขาดแคลน แม้แต่ระดับ สวป.ก็ยังต้องขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตรวจตราทำงาน ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์