เฟซบุ๊กเพจ Drama-addict โพสต์กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณีมีผู้นำผลิตภัณฑ์โปรตีนขายดีหลักแสนกระปุก ยี่ห้อหนึ่งไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ก่อนพบว่าสัดส่วนโปรตีนมีน้อยกว่าที่คาดเพียง 8.59%และมีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งในปริมาณสูง จนเกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วผลิตภัณฑ์ดังกล่าวน่าจะเป็น “เวทเกนเนอร์” (weight gainer) มากกว่า “เวย์โปรตีน” ตามที่ระบุบนฉลาก
โดยมีการอธิบายถึงความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ประเภทอย่างชัดเจนว่า เวย์โปรตีนแท้โดยทั่วไปจะมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก ขณะที่คาร์โบไฮเดรตอยู่ในปริมาณค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะเวย์ประเภท isolate ซึ่งบางสูตรใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล จึงแทบไม่มีคาร์โบไฮเดรตเลย จุดประสงค์หลักของเวย์โปรตีนคือเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือเพิ่มปริมาณโปรตีนให้กับร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีความจำเป็น เช่น ผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการโปรตีนเพิ่มในแต่ละวัน
ในทางตรงกันข้าม เวทเกนเนอร์ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัว โดยมีสัดส่วนคาร์โบไฮเดรตสูงกว่าโปรตีนอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มมวลร่างกาย เช่น ผู้ที่อยู่ในช่วง bulking หรือผู้ที่มีรูปร่างผอมและต้องการเพิ่มน้ำหนัก องค์ประกอบหลักมักเป็นมอลโตเด็กซ์ตริน (คาร์โบไฮเดรตจากแป้ง) น้ำตาล และผสมโปรตีนในสัดส่วนที่น้อยกว่า
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การนำผลิตภัณฑ์เวทเกนเนอร์มา “ติดฉลาก” ว่าเป็นเวย์โปรตีน และจำหน่ายในราคาสูง อาจทำให้ผู้บริโภคที่ขาดความรู้ด้านโภชนาการเข้าใจผิด และได้รับสารอาหารไม่ตรงกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ยังเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เนื่องจากต้นทุนของเวทเกนเนอร์มักต่ำกว่าเวย์โปรตีนอย่างมีนัยสำคัญ
กรณีดังกล่าวจึงสะท้อนถึงความจำเป็นที่หน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคควรเข้ามาตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการโฆษณาเกินจริงหรือการติดฉลากที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจข้อมูลโภชนาการบนฉลากสินค้าให้มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่บริโภคสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสุขภาพของตนเอง และไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร