Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

เพจดังเผย เทคนิค “Protein Spiking” เพิ่มตัวเลขบนฉลาก แต่โปรตีนจริงไม่ถึง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Drama-addict เปิดเบื้องหลัง “Protein Spiking” เทคนิคเพิ่มสารไนโตรเจนให้ผลตรวจดูมีโปรตีนสูง แม้โปรตีนแท้อาจต่ำกว่าฉลาก จนสหรัฐฯ ต้องออกมาตรฐานใหม่

Drama-addict ระบุว่า ขณะนี้ประเด็นเรื่องผลิตภัณฑ์โปรตีน ไม่ว่าจะเป็นเวย์โปรตีน นมโปรตีนสูง หรืออกไก่ปั่น ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีปริมาณสารอาหารไม่ตรงตามฉลาก กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก หลังมีผู้บริโภคนำตัวอย่างสินค้าหลายยี่ห้อไปตรวจวิเคราะห์ และพบว่าปริมาณโปรตีนจริงต่ำกว่าที่ระบุไว้ ขณะที่น้ำตาลหรือไขมันกลับมีมากกว่าที่แจ้งบนฉลากหลายเท่า

นอกจากกรณี “ตกฉลาก” ที่ตรวจพบปริมาณสารอาหารไม่ตรงตามที่ระบุแล้ว ในต่างประเทศยังเคยเกิดปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้น

 

เทคนิค “Protein Spiking” เพิ่มค่าโปรตีนบนฉลาก Drama-addict
เทคนิค “Protein Spiking” เพิ่มค่าโปรตีนบนฉลาก

นั่นคือผลิตภัณฑ์ที่ผลตรวจในห้องปฏิบัติการระบุว่าโปรตีนตรงตามฉลาก แต่เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกกลับพบว่าโปรตีนจริงมีน้อยกว่าที่โฆษณาไว้มาก

ทำไมผลตรวจโปรตีนอาจคลาดเคลื่อนได้?

ในอดีตช่วงปี 2015-2018 เกิดกระแสตรวจสอบคุณภาพเวย์โปรตีนในสหรัฐอเมริกาอย่างกว้างขวาง โดยผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามว่าปริมาณโปรตีนที่ระบุบนฉลากนั้นตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ประเด็นสำคัญอยู่ที่วิธีการตรวจวิเคราะห์ เนื่องจากห้องปฏิบัติการจำนวนมากไม่ได้วัด “โปรตีน” โดยตรง แต่ใช้การวัดปริมาณ “ไนโตรเจน (Nitrogen)” ในอาหารแทน เพราะกรดอะมิโนซึ่งเป็นองค์ประกอบของโปรตีนทุกชนิดล้วนมีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตบางรายจึงอาศัยช่องโหว่ดังกล่าว โดยเติมสารราคาถูกที่มีไนโตรเจนสูงลงในผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลตรวจออกมาว่ามีโปรตีนสูง แม้ในความเป็นจริงจะไม่ได้มีโปรตีนแท้ตามปริมาณที่อ้าง

เทคนิคที่เรียกว่า “Protein Spiking”

วิธีการดังกล่าวถูกเรียกว่า “Nitrogen Spiking” หรือ “Protein Spiking” ซึ่งเป็นการเพิ่มสารที่มีไนโตรเจนเข้าไปเพื่อทำให้ค่าการวิเคราะห์โปรตีนสูงขึ้น สารที่นิยมใช้ ได้แก่

  • L-Glycine
  • L-Taurine
  • Creatine

สารเหล่านี้มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ จึงสามารถทำให้ผลตรวจวิเคราะห์แบบทั่วไปประเมินปริมาณโปรตีนสูงกว่าความเป็นจริงได้

หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเหตุการณ์ในประเทศจีน ซึ่งพบว่ามีผู้ผลิตบางรายลักลอบเติม “เมลานีน” ลงในนมผงสำหรับเด็ก เพื่อเพิ่มค่าปริมาณไนโตรเจนให้ผลตรวจดูเหมือนมีโปรตีนสูง ซึ่งเมลานีนไม่ใช่สารอาหาร และอาจก่ออันตรายต่อร่างกายอย่างรุนแรง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เด็กจำนวนมากเกิดปัญหาไต และมีผู้เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง

เวย์โปรตีนชื่อดังถูกฟ้อง หลังพบโปรตีนจริงไม่ถึงครึ่ง

เมื่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ เริ่มตระหนักถึงปัญหา Protein Spiking จึงมีการส่งผลิตภัณฑ์ไปตรวจด้วยวิธีวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้นผลการตรวจบางกรณีสร้างความตกตะลึงอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เวย์โปรตีนยี่ห้อหนึ่งที่ระบุว่ามีโปรตีน 40 กรัมต่อหนึ่งสกู๊ป แต่เมื่อตรวจวิเคราะห์แบบละเอียดกลับพบโปรตีนจริงเพียง 19.4 กรัมเท่านั้น

ภายหลังมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมและพบการใช้เทคนิค Protein Spiking โดยเติม Creatine และ L-Glycine ในปริมาณสูงเพื่อเพิ่มค่าไนโตรเจนและทำให้ผลตรวจโปรตีนดูสูงกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายต้องเผชิญการฟ้องร้องจากผู้บริโภคในช่วงเวลานั้น ผลจากปัญหาดังกล่าวทำให้สมาคมผู้ผลิตอาหารเสริมในสหรัฐอเมริกา (AHPA) ออกแนวทางและมาตรฐานใหม่เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการแสดงข้อมูลโภชนาการ

โดยกำหนดว่า ปริมาณโปรตีนที่สามารถนำมาคำนวณและแสดงบนฉลากได้ จะต้องนับเฉพาะกรดอะมิโนที่เชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ หรือ “โปรตีนแท้” เท่านั้น และห้ามนำสารที่มีไนโตรเจนชนิดอื่นมารวมคำนวณเป็นโปรตีนเด็ดขาด กรณีดังกล่าวจึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารเสริมทั่วโลก ว่าการตรวจสอบปริมาณโปรตีนเพียงจากค่าไนโตรเจนอาจไม่เพียงพอ และการวิเคราะห์เชิงลึกยังมีความจำเป็นเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นธรรมมากที่สุด

เทคนิค “Protein Spiking” เพิ่มค่าโปรตีนบนฉลาก Drama-addict
เทคนิค “Protein Spiking” เพิ่มค่าโปรตีนบนฉลาก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ