Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ไทยพบผู้ป่วย “ไข้กาฬหลังแอ่น” ตั้งแต่ต้นปีแล้ว 5 ราย ดับ 3 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงสถานการณ์โรคไข้กาฬหลังแอ่นในศไทย ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วย 5 ราย เสียชีวิต 3 ราย ย้ำยังไม่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน แต่ยอมรับโรครุนแรง แนะสังเกตอาการไข้สูง คอแข็ง รีบพบแพทย์ และพิจารณาฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศอังกฤษอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยโรคดังกล่าวเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 5 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 0.008 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย (อัตราป่วยตายร้อยละ 60) โดยพบผู้ป่วยประปราย

 

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

กระจายอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ น่าน ยะลา นนทบุรี นครศรีธรรมราช และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยไม่พบความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอายุ พบผู้ป่วยสูงสุดในกลุ่มเด็กอายุ 0–4 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40–49 ปี และ 20–29 ปี ตามลำดับ ขณะที่ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี (พ.ศ. 2558–2568) แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยประมาณ 20–30 รายต่อปี และยังไม่พบรูปแบบการระบาดขนาดใหญ่

“แม้ประเทศไทยยังไม่อยู่ในสถานการณ์การระบาด แต่โรคนี้มีความรุนแรงและดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องเน้นหลัก “รู้เร็ว รักษาเร็ว ควบคุมเร็ว” ควบคู่กับการเฝ้าระวังและตอบโต้โรคอย่างต่อเนื่อง ทั้งการค้นหาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว การวินิจฉัยและให้การรักษาทันท่วงที การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด และการสื่อสารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม” นายแพทย์มณเฑียร กล่าว

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มีความรุนแรง เกิดจากเชื้อ Neisseria meningitidis ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนรวมกลุ่มจำนวนมาก เช่น หอพัก สถานศึกษา หรือค่ายกิจกรรม ขอแนะนำว่า หากประชาชนมีอาการ ไข้สูงเฉียบพลัน ร่วมกับ คอแข็ง ซึม หรือมีผื่นจ้ำเลือดตามผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และสำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่หรือกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก เช่น หอพัก สถานศึกษา หรือค่ายต่าง ๆ ควรพิจารณารับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง

กรมควบคุมโรคย้ำว่า ประเทศไทยยังคงสามารถควบคุมสถานการณ์โรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ไข้กาฬหลังแอ่น ในไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ไข้กาฬหลังแอ่น ในไทย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ