นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ผ่านเพจ Facebook หมอเจด เผยอาการใครที่ตื่นเช้ามาพร้อมอาการมึนหัว หนักหัว มือเท้าเย็น หรือใจเต้นผิดปกติ ทั้งที่นอนครบ อาจเป็นสัญญาณเงียบของ “เลือดเริ่มหนืด” จากพฤติกรรมก่อนนอนและหลังตื่นที่ทำซ้ำโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เสี่ยงลิ่มเลือด หลอดเลือดตีบ และหัวใจทำงานหนัก
พฤติกรรม “ตื่นมาเลือดหนืดสูง” แบบไม่รู้ตัว
- ดื่มน้ำน้อยก่อนนอน–หลังตื่น ระหว่างนอน 6–8 ชั่วโมง ร่างกายไม่ได้รับน้ำ ทำให้เลือดเข้มข้นขึ้น หากไม่ดื่มน้ำก่อนนอนและหลังตื่นทันที เลือดจะยิ่งหนืด ไหลเวียนช้า หัวใจต้องทำงานหนัก อาจมึนหัวหรือหน้ามืดเมื่อลุกจากเตียง
- กินมื้อเย็นหนัก ไขมันสูง อาหารทอดหรือมื้อใหญ่ก่อนนอน ทำให้ไขมันยังค้างในกระแสเลือดถึงตอนเช้า ส่งผลให้เลือดข้น ไหลเวียนยาก โดยเฉพาะการกินดึกที่ร่างกายเผาผลาญไม่ทัน เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดอักเสบ
- นอนดึก นอนไม่พอ ทำให้ฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น เลือดมีแนวโน้มข้นขึ้น และหลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้ตื่นมาไม่สดชื่น หัวใจเต้นเร็ว และระบบไหลเวียนทำงานลดลง
- ไม่ขยับร่างกายหลังตื่น การนอนเล่นมือถือหรือนั่งนิ่งนาน ทำให้เลือดไหลเวียนช้า เลือดค้างที่ปลายมือปลายเท้า เกิดอาการชาและเย็นได้ง่าย
- ดื่มกาแฟทันทีขณะท้องว่าง กระตุ้นฮอร์โมนความเครียด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว และร่างกายขาดน้ำมากขึ้น ส่งผลให้เลือดข้น โดยเฉพาะกาแฟหวานหรือครีมเทียมที่เพิ่มน้ำตาลและไขมันในเลือด
เคล็ดลับให้เลือดไหลลื่นตั้งแต่เช้า
- ดื่มน้ำ 1 แก้วทันทีหลังตื่น
- ขยับร่างกายเบา ๆ เช่น ยืดเหยียดหรือเดิน 5–10 นาที
- เลี่ยงมื้อเย็นหนัก และกินก่อนนอน 3–4 ชั่วโมง
- นอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมง
- เลือกอาหารลดอักเสบ เช่น ปลา ถั่ว ผักหลากสี
หมอเจดยังยืนยันว่า จริง ๆ แล้วเลือดหนืดไม่ได้เกิดขึ้นวันเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน ถ้าเริ่มปรับตั้งแต่ตอนตื่นนอน จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นทันที ลดความเสี่ยงหลอดเลือดตีบ และทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นตั้งแต่เช้า