พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา นำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่ อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ หลังจากไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่กาสิโนโอร์เสม็ด ซึ่งกัมพูชาใช้เป็นฐานทหารโจมตีฝ่ายไทยในช่วงที่มีการปะทะเมื่อเดือนธันวาคม 2568
คณะสื่อมวลชนได้ไปสำรวจพื้นที่โซน E ที่ใช้เป็นฐานสแกมเมอร์หลอกลวงชาวอเมริกัน ยุโรป เป็นหลัก โดยห่างจากด่านช่องจอมราว 1.5 กิโลเมตร
ทีมข่าว PPTV ลงไปสำรวจชั้นใต้ดินตึก บก. ของโซน E พบว่า ถูกดัดแปลงเป็นห้องขังคนงานในศูนย์สแกมเมอร์ โดยเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีไฟหนึ่งดวง ไม่มีพัดลม ไม่มีแอร์
ในห้องมีขวดน้ำพลาสติกสำหรับใส่ปัสสาวะ ทุกห้องจะมีกล้องวงจรปิดติดตามความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง และยังพบอุปกรณ์สําหรับซ้อมทรมาน เช่น กุญแจมือ ไม้กระบอง
ภายในโซน E จะมีทั้งหมด 10 อาคาร แบ่งเป็น ตึกบัญชาการ 1 หลัง อาคารที่พัก 6 หลัง และศูนย์สแกมเมอร์ 3 หลัง เฉพาะโซน E คาดว่ามีคนงานทั้งหมดประมาณ 2,000 - 3,000 คน
เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า โซน E เป็นที่ตั้งของศูนย์สแกมเมอร์ที่ใช้หลอกลวงหลอกคนอเมริกัน และยุโรป โดยแยกตึกอย่างชัดเจน จากการสํารวจพบห้องทํางานขนาดใหญ่ คล้ายออฟฟิศ ในส่วนจอคอมพิวเตอร์และซีพียูหายไป เหลือแค่คีย์บอร์ด
หลักฐานสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ซิมโทรศัพท์ และสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ รวมถึงสคริปต์ที่ใช้โต้ตอบกับเหยื่อ ซึ่งมีทั้งภาษาจีน เวียดนาม และเมียนมา
ภายในศูนย์สแกมเมอร์ ยังมีโรงพยาบาลที่มีแพทย์ พยาบาล และเภสัชกรจริง ๆ มาคอยดูแลรักษา ภายในโรงพยาบาลมีห้องตรวจภายใน และห้องทำฟัน
สำหรับไฮไลต์คือ มี "อาบอบนวด" ให้บริการอย่างน้อย 2 จุด จากการสำรวจพบถุงยาง เซ็กส์ทอย ถูกทิ้งเกลื่อนพื้น รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางเพศ เช่น ขาหยั่ง แส้
พ.ท. คญากร โชติพนัส ผบ.พัน.ร.1112 ให้ข้อมูลว่า พื้นที่กาสิโนและเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์โอร์เสม็ด มีประมาณ 500 ไร่ เฉพาะตึกสแกมเมอร์ มีประมาณ 250 หลัง แล้วมีแก๊งสแกมเมอร์เกือบ 10,000 คน โดยช่วงที่มีการปะทะ กัมพูชาใช้อาคารสีส้ม ปล่อยโดรนนับร้อยลําก่อกวน รวมถึงใช้เป็นจุดซุ่มยิงสไนเปอร์กัมพูชา
หลังการปะทะ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบอาคารสีส้ม พบโดรนขนาดใหญ่หลายลํา แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นของจีนเทาหรือเป็นของทหารกัมพูชา
ทั้งนี้ ช่วงการปะทะ แก๊งสแกมเมอร์ทั้งหมดหนีออกจากพื้นที่โดยใช้รถบัสและรถตู้นับ 100 คัน วิ่งเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของกัมพูชา จากการพูดคุยกับตํารวจสอบสวนกลางพบว่า สถิติการหลอกลวงทางออนไลน์ของสแกมเมอร์ไม่ได้ลดลง แค่ปลี่ยนจากจุดนี้ไปที่จุดอื่น เชื่อว่าเป็นกลุ่มทุนเดิม เพราะฮาร์ดิสคอมพิวเตอร์ทั้งหมดถูกถอดออกไปด้วย