นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดสกัดกั้นการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างจริงจัง โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจเข้มการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่อยู่ในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้า-ส่งออก ไม่ให้เกิดการค้าสัตว์ป่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสกัดกั้น การลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการตรวจค้นการลักลอบค้าสัตว์ป่าทุกเส้นทาง โดยเฉพาะการซุกซ่อน นำออกนอกประเทศทางท่าอากาศยาน ที่จะติดตัวมากับผู้โดยสารฯ นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากร ตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกองสืบสวนและปราบปราม บูรณาการความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นจับกุมผู้โดยสารหญิง สัญชาติอินเดีย จะเดินทางไปปลายทาง เมืองเบงกาลูรู สาธารณรัฐอินเดีย ผลการตรวจค้นพบของกลาง
สัตว์ป่าประเภท เต่าอัลดาบรามีชีวิต 3 ตัว,เต่าเสือดาวมีชีวิต 2 ตัว,เต่าซูลคาต้ามีชีวิต 3 ตัว,เต่าสแนปปิ้งมีชีวิต 1 ตัว,แร็กคูนมีชีวิต 4 ตัว และหนูเดกูมีชีวิต 1 ตัว มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวนับเป็นคดีที่ 3 ที่จับกุมได้ในเดือนเมษายน 2569
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง