ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.-18 เม.ย. มีคดีที่รับแจ้งเผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,000 คดี มูลค่าความเสียหาย 269,445,711 ซึ่งคดีที่รับแจ้งลดลงจากห้วงวันที่ 4 เม.ย.-11 เม.ย. จำนวน 2,372 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 129,989,245 บาท
โดยข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจำนวนคดีมีทิศทางลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วนมูลค่าความเสียหายมีทิศทางสอดคล้องกับจำนวนคดี โดยค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่เกาะกลุ่มอยู่ที่ 400-500 ล้านบาทต่อสัปดาห์ และลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 269.44 ล้านบาทในสัปดาห์ล่าสุด และพบว่าคดีการหลอกซื้อ-ขายสินค้า ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด คิดเป็น 76.7% ของคดีทั้งหมด แต่ยอดความเสียหายเฉลี่ยต่อคดีไม่สูงนัก
แต่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหาย อันดับ 1 คือคดีการหลอกลงทุน แม้มีเพียง 184 คดี แต่กลับสร้างความเสียหายสูงถึง 102 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือในวันที่ 16 เม.ย. 69 ภายในวันเดียว มีมูลค่าความเสียหายพุ่งสูงถึง 80 ล้านบาท ทั้งที่จำนวนคดีในวันนั้นยังไม่ได้สูงที่สุด สะท้อนว่ามีการเกิดคดีประเภท “High Value” หรือการหลอกลงทุนเกิดขึ้น บ่งชี้ว่ามิจฉาชีพเน้นเป้าหมายรายใหญ่ในช่วยรอยต่อวันหยุด และอันดับ 2 คือคดีหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นคนอื่น
ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่มักตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยจำนวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ก็พบว่า อยู่ในกลุ่มอายุ 21-30 ปี เช่นกัน ขณะที่อันดับ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ คือกลุ่มอายุ 41-50 ปี และอันดับ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสที่น่าสนใจ รับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลปฏิบัติการต่างๆ และสามารถจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 1 เคส ผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 3 ราย เป็นสัญชาติจีน พร้อมตรวจยึดเงินสดได้กว่า 3.4 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้ประสานตำรวจพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 1 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 8 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 475,000 บาท โดยมีผลการจับกุมที่น่าสนใจ ดังนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน ศปอส.น. ร่วมกับ กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น., สน.ทุ่งมหาเมฆ และ สน.ดอนเมือง ร่วมกันวางแผนจับกุม 3 ผู้ต้องหาชาวจีน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน อั้งยี่ และร่วมกันฟอกเงิน หลังร่วมกันสร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายผ่านโทรศัพท์ โดยอ้างว่ามีผู้นำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปใช้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งพัวพันกับเครือข่ายยาเสพติด จากนั้นให้ผู้เสียหายแอดไลน์และมีการส่งบัตรเจ้าหน้าที่ ปปง. บัตรข้าราชการ มาให้ดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวหลงเชื่อโอนเงินและนัดส่งมอบเงินสดตามสถานที่ต่างๆ รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 34 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหากำลังพยายามติดต่อนัดรับเงินจากผู้เสียหายเพิ่มเติม
ส่วนเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่ เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 68 ปี หลังถูกมิจฉาชีพใช้กลอุบายสร้างโปรไฟล์ปลอมแอบอ้างเป็น “อาจารย์โฉลก สัมพันธารักษ์” กูรูด้านการลงทุนชื่อดัง โดยล่อลวงผ่านลิงก์ไลน์บนหน้าเพจเฟซบุ๊กปลอมตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ก่อนจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ “ความสำเร็จทางการเงิน” ซึ่งมีหน้าม้ากว่า 243 คน คอยสร้างสถานการณ์โชว์ผลกำไรจากการเทรดสกุลเงินดิจิทัลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทุกเช้าเย็น พร้อมส่งต่อให้คนร้ายที่อ้างตัวเป็นผู้ช่วยชื่อ “นิษา” หว่านล้อมจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินลงทุนสะสมถึง 16 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 26,096,533 บาท กระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติและเร่งแจ้งเตือนผู้เสียหายก่อนจะถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่ม ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งความผ่านสายด่วน 1441 และเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับกลุ่มผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร่งด่วน