จากกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีต รอง ผบ.ตร. เดินทางมาพบ พงส.กก.1 บก.ป. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ตามหมายเรียกในคดีที่ถูกอดีตลูกน้อง แจ้งความกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนั้น
ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ “บิ๊กเต่า” รอง ผบช.ก. ได้กล่าวเพิ่มเติมในคดีนี้ว่า เป็นเรื่องของหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาในเรื่องของการทำร้ายร่างกาย กรณีที่มี พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.อาริศ มาแจ้งความไว้ที่กองปราบปรามว่าถูกทำร้าย
พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐาน เมื่อมีพยานหลักฐานก็เรียกตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทางตัวผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนแล้วให้การปฏิเสธ ก่อนจะปล่อยตัวชั่วคราวไป
สำหรับคดีทำร้ายร่างกายตำรวจอดีตลูกน้องไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคดีทอง 246 บาท เป็นคนละเรื่องกัน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ทางตัวผู้ต้องหาอดีต รอง ผบ.ตร.มีการฟ้องร้องศาล ว่าตนไปหมิ่นประมาทเขาเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ซึ่งตามข้อเท็จจริงเรามีพยานหลักฐาน ทั้งคลิปเสียงและคลิปวีดิโอของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ถูกทำร้าย ซึ่งบางคนก็ยังไม่มาแจ้งความ บางคนก็มาแจ้งความแล้ว อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เราไม่ได้ไปให้ร้ายหรือใส่ความผู้ต้องหา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรามีพยานหลักฐาน ถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นมาหลายปีก็ตาม
“ในช่วงที่ท่านมีอำนาจ ทุกคนก็ไม่กล้าที่จะออกมา แต่เมื่อมาตอนหลังมีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาหลายเรื่อง และเป็นเรื่องที่เขาคาใจมา และอยากแจ้งความดำเนินคดีมานานแล้ว ก็เอาเรื่องนี้เข้ามาแจ้งความ ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามทำไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไม่มีการกลั่นแกล้งและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากคดีทอง 246 บาท แล้วยังมีเรื่องอื่นที่กำลังรอ ป.ป.ช. ส่งกลับมาอยู่ที่ ตร. ซึ่ง ตร.ยังไม่ส่งลงมา บช.ก.
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ความหนักใจเราไม่มี ชุดทำงานเราพร้อมที่จะทำเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องที่มีพยานและหลักฐานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้ไปเอาข้อมูลหรือหลักฐานมาใส่ร้ายใส่ความ มันเป็นเรื่องจริงก็ต้องว่ากันไป
ตนถามว่าถ้าตำรวจไม่บังคับใช้กฎหมายกับตำรวจด้วยกันเองแล้วใครจะมาทำ เพราะฉะนั้นที่เราทำนี้เพราะเราต้องการรักษา ทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะมีเส้นหรือไม่มีเส้น ไม่ว่าจะใหญ่ขนาดไหน เมื่อคุณทำผิดคุณก็ต้องได้รับการบังคับใช้กฎหมายเช่นเดียวกัน
หลังจากโฆษก ตร. มาร่วมแถลงความคืบหน้าคดีทอง 246 บาท เมื่อ 18 เมษายนแล้ว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรากำลังดูอีกส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์
เพราะมองว่าการที่ผู้ต้องหากับกลุ่มผู้ต้องหาไปบิดเบือนพยานหลักฐานสร้างความเสียหายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สร้างความไขว้เขว่ให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของข้อเท็จจริง และเรื่องที่มีการเปิดคลิปเสียงขึ้นมามันเป็นเรื่องที่ผู้ที่อยู่ในขบวนการมองว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยแล้วเอาเขาไปร่วมกระทำความผิดด้วย
เขาไม่ยินยอมก็เลยเอาคลิปต่าง ๆ ออกมาพูด และมันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเป็นคลิปที่จริงเราดำเนินการตรวจสอบทางเทคนิคทางวิทยาศาสตร์แล้ว ยืนยันว่าการดำเนินการของเราไม่ได้ไปสร้างความเสียหายให้ใคร เพียงแต่ปกป้องและสร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชน
มีอดีต พนักงานสอบสวนที่พ้นราชการไปแล้วให้ความเห็นผ่านสื่อฯ ว่าการนำคลิปเสียงมาเปิด อาจจะเป็นการชี้นำสังคม สร้างแรงกดดันกระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่นั้น รอง ผบช.ก.ตอบว่า ไม่เป็นแบบนั้น เพราะคลิปจริง ๆ ทั้งหมด 20 กว่า ชม. ได้ไปอยู่ที่คณะกรรมการตรวจสอบและอัยการเรียบร้อยแล้ว
ฉะนั้น คลิปที่เรานำมาเปิดเผยให้เห็นนี้เป็นเพียงบางส่วนที่ต้องการชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่ายังมีขบวนการที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง ขบวนการที่จะเอาข้อมูลเท็จต่าง ๆ มาสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อมาต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งก็มีคนไม่เห็นด้วยเลยเอาคลิปต่าง ๆ มาให้เรา
สำหรับนายสามารถหรือเอดเวิร์ด ที่ไม่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทอง 246 บาท มีข้อมูลเป็นคนทำใบเสร็จในคดีรถเบ้นซ์ 13 ล้าน ในคดีเจ๊อ้อยฟ้องทนายตั้มนั้น
บิ๊กเต่า ระบุว่าตำรวจได้ทำการสอบสวนและสืบสวนแล้ว ปรากฎว่าเอดเวิร์ด เป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งที่เขาให้มาซื้อทองให้แล้วเอาเงินสดให้ภายหลัง และก็ไม่รู้เรื่องว่าทองนี้จะเอาไปทำอะไร เพราะฉะนั้นความเชื่อมโยงของพยานหลักฐาน เราก็เลยกันคน ๆ นี้เป็นพยาน เพราะว่าไม่มีเจตนาที่จะกระทำความผิดในเรื่องนี้ด้วย
ส่วนกรณีที่ไปเกี่ยวข้องในคดีทนายตั้มก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เอดเวิร์ดเขาทำธุรกิจ ซึ่งเขาก็มีธุรกิจการซื้อขายรถอยู่ก็เป็นเรื่องปกติ เขาให้การตามข้อเท็จจริง ลูกน้องก็มาให้การตามข้อเท็จจริงเป็นเรื่องการดำเนินการส่วนนั้นไป