PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

CIB ล่าบริษัทขายฝันทำงานต่างแดนรายได้ดี ผู้เสียหายนับร้อยสูญเกือบ 20 ล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจสอบสวนกลาง ล่าบริษัทขายฝันทำงานด้านการเกษตรประเทศออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ที่พักฟรี รายได้ดี มีผู้เสียหายนับร้อยราย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุม นายธนาคาร อายุ 23 ปี และ นายธราเทพ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 27 เมษายน 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง

CIB ล่าบริษัทขายฝันทำงานต่างแดนรายได้ดี ผู้เสียหายนับร้อยสูญเกือบ 20 ล้าน ตำรวจสอบสวนกลาง
CIB ล่าบริษัทขายฝันทำงานต่างแดนรายได้ดี ผู้เสียหายนับร้อยสูญเกือบ 20 ล้าน

ร่วมกันโฆษณาจัดหางานโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคนพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลความพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมา 2568 ถึงเดือนเมษายน 2569 กลุ่มผู้เสียหายได้หาข้อมูลไปทำงานต่างประเทศ เห็นประกาศรับสมัครพนักงานด้านการเกษตรในเพจชื่อ หางานต่างประเทศ โดยประกาศรับสมัครพนักงานด้านการเกษตร ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลีย จะได้รับเงินเดือน 90,000 – 100,000 บาท มีที่พักฟรี ซึ่งต้องมาสมัครเองที่บริษัทเท่านั้น

หลังจากนั้นมีกลุ่มของผู้ต้องหาติดต่อกลับมา แจ้งว่ามีงานอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตเรีย เป็นงานเกี่ยวกับเก็บผลไม้ ทำเกษตรกรรม ทำงานภายในฟาร์ม มีรายได้ดี ประมาณเดือนละ 85,000 บาท หากทำงานล่วงเวลา อาจจะมีรายได้ประมาณ 100,000 บาท ถ้าสนใจสมัครสามารถสมัครผ่านผู้แจ้งได้ เนื่องจากเป็นตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทตั้งอยู่ที่ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จะไปทำงานประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศออสเตรเลีย แต่จะต้องชำระเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าทำสัญญา 80,000 บาท, ประกันชีวิต 40,000 บาท, การออกวีซ่า 9,750 บาท, ค่าแลกเงิน 33,000 บาท รวมรายจ่ายทั้งสิ้น 162,750 บาท ซึ่งบางรายต้องเอารถยนต์ไปจำนำ ขายที่นา หรือกู้เงินมาจ่ายเป็นค่าสมัคร โดยภายหลังที่ได้ชำระเงินไปแล้ว กลุ่มของผู้ต้องหาจะแจ้งว่า ให้ผู้เสียหายเดินทางมาอบรมพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑล แล้วแต่ผู้ต้องหาจะกำหนด

เมื่อถึงวันนัด ผู้เสียหายได้เดินทางไปอบรมตามสถานที่นัดหมาย ไม่ปรากฎว่ามีการจัดอบรม และไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มของผู้ต้องหาได้จึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงได้มาพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี

ภายหลังจากที่ผู้เสียหายไปสถานที่อบรมแล้วไม่ได้มีการอบรม ผู้เสียหาย 100 กว่าราย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนของ กก.3 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีกับทางบริษัทดังกล่าว และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

จากการสืบสวนของ ชุดสืบสวนของ กก.3 บก.ปคม. ทราบว่า บริษัทฯ พึ่งจดทะเบียน วันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งจากคำให้การของผู้เสียหายพบว่าช่วงเดือนกันยายน 2568 เริ่มถูกหลอกให้โอนเงินเป็นค่าเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ในส่วนโรงแรมที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นสถานที่จัดอบรมเพื่อไปทำงานต่างประเทศนั้น

จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการจองเพื่อจัดอบรมแต่อย่างใด ซึ่งกลุ่มของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมีจำนวน 4 ราย แบ่งหน้าที่กันทำ โดยมี นายวันเฉลิม เป็นกรรมการบริษัท น.ส.พิชญ์จิรา หรือ แบม นายธนาคาร หรือ บอย และ นายธราเทพ หรือ พัด ชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ

กระทั่งวันที่ 28 เมษายน 2569 ชุดสืบสวนของ กก.3 บก.ปคม. สืบสวนพบว่า นายธนาคาร และ นายธราเทพ หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดตาก ต่อมาสามารถติดตามจับกุม นายธนาคาร และ ในวันเดียวกัน สามารถจับกุมนายธราเทพ โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ที่พักของแต่ละคนใน ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก

ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมตัว เพื่อนำมาดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

ชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย แต่ตนมีหน้าที่จัดหาเอกสารสมัครงาน คุยรายละเอียดเบื้องต้นขั้นตอนการสมัคร และการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แล้วส่งต่อให้ น.ส.พิชญ์จิรา ทำสัญญาและจ่ายเงินต่าง ๆ ส่งเงินทั้งหมดจะส่งมอบให้ นายวันเฉลิม

ตำรวจสอบสวนกลาง ขอเตือนภัย ปัจจุบันมิจฉาชีพมักใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ TikTok ในการหลอกลวงคนหางานไปต่างประเทศ โดยแอบอ้างเป็นบริษัทจัดหางานหรือเอเจนซี่ มิจฉาชีพมักใช้ เสนอรายได้สูงเกินจริง สวัสดิการดีเยี่ยม หรืออ้างว่าทำงานสบาย เร่งรัดให้จ่ายเงิน จะอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เช่น ค่ามัดจำ, ค่าทำวีซ่า, ค่าตรวจสุขภาพ หรือค่าตั๋วเครื่องบิน

โดยให้ “สำรองจ่าย” ล่วงหน้า, อ้างว่าไม่ต้องมีความรู้ภาษา  ไม่ต้องใช้ประสบการณ์ หรือไม่ต้องมีวีซาทำงาน ซึ่งเป็นไปได้ยากตามกฎหมาย และมักอ้างว่ามีเส้นสาย หรือแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ 

การตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจาก กรมการจัดหางาน เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

1. กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ที่ doe.go.th/ipd หรือ เข้าไปที่ toea.doe.go.th เพื่อค้นหาข้อมูลบริษัทจัดหางานต่างประเทศ โดยสามารถเช็กได้ทั้งชื่อบริษัท, เลขที่ใบอนุญาต, และสถานะปัจจุบันของบริษัท หรือ

2. สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 กด 2 เพื่อสอบถามว่าบริษัทนั้นๆ ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนไปทำงานในประเทศที่แอบอ้างจริงหรือไม่

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ