ความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญ แม่ค้าข้าวเหนียวมะม่วงเปิดศึกวิวาทถึงขั้นแทงกันตาย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณแยกวัดพันอ้น ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยเหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 4 พ.ค. 69 ขณะที่ตำรวจควบคุมตัว นางณัฏฐจันทร์ อายุ 63 ปี ชาว จ.ลำปาง แม่ค้าข้าวเหนียวมะม่วง พร้อมของกลางมีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเชียงใหม่
โดยผู้ต้องหารับสารภาพกับ พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ว่า ได้ใช้มีดแทง นายสุรพันธ์ (ผู้เสียชีวิต) ซึ่งเป็นฝั่งคู่กรณี เนื่องจากตนและคู่กรณีขายข้าวเหนียวมะม่วงเหมือนกัน และตั้งร้านอยู่บริเวณจุดเดียวกันในที่เกิดเหตุ
ที่ผ่านมามักมีปัญหากันเรื่องสูตรความอร่อยของข้าวเหนียวมะม่วง ต่างฝ่ายต่างก็ “ขิง” ว่าของตัวเองอร่อยกว่า และถูกปากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า แต่ที่ผ่านมาเป็นเพียงการปะทะคารมกัน ยังไม่เคยถึงขั้นลงไม้ลงมือ
กระทั่งคืนเกิดเหตุ ได้มีปากเสียงกันอีกครั้ง จากนั้นนางณัฏฐจันทร์ (ผู้ต้องหา) จึงหยิบมีดขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากฝั่งคู่กรณีพยายามเข้ามารุมทำร้าย ต่อมาเกิดเหตุชุลมุนแย่งมีดกัน
ระหว่างนั้นจึงใช้มีดแทงไปบริเวณหน้าอกของ นายสุรพันธ์ (ผู้เสียชีวิต) จนได้รับบาดเจ็บ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา
หลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นางณัฏฐจันทร์ โดยแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากถูกรุมทำร้าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำอีกครั้ง โดยผู้ต้องหาให้การว่า ตนขายข้าวเหนียวมะม่วงหน้าวัดพันอ้นมาตั้งแต่ปี 2562 โดยก่อนหน้านี้ขายติดกำแพงวัด
แต่หลังโควิด มีคู่กรณีเข้ามาขายด้วย โดยก่อนหน้านี้ตนตั้งรถเข็นขายติดกำแพงวัด และขายเฉพาะช่วงเย็นเท่านั้น ส่วนร้านคู่กรณีจะเปิดขายตั้งแต่เช้าถึงเย็น ทำให้ตนต้องเลื่อนมาขายบริเวณด้านหน้าใกล้กัน ตนพยายามหลีกเลี่ยงปัญหา แต่ก็ยังมีปากเสียงกันเป็นระยะ 3 ปีก่อนเคยทะเลาะกันถึงขั้นโยนข้าวของทิ้ง แต่ตนเลือกไม่แจ้งความ
ต่อมามีการพูดจาเสียดสีกันเรื่อยมา โดยคู่กรณีมองว่าร้านตนขายดีกว่า และกล่าวหาว่าตนไปใส่ร้ายว่าร้านเขาไม่อร่อย จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ฝ่ายคู่กรณีไปตามหลานชายมาช่วยด่า ขณะนั้นตนกำลังปลอกมะม่วงอยู่ และถูกล็อกตัวจากด้านหลัง ก่อนถูกดึงไปทำร้ายจนล้มลง ระหว่างนั้นตนถือมีดอยู่ ด้วยความกลัวจึงแทงสวนไป 1 ครั้ง โดยไม่ได้ตั้งใจจะเอาชีวิต เพียงเพื่อป้องกันตัว พร้อมยืนยันจะต่อสู้คดี และเตรียมแจ้งความกลับคู่กรณีในข้อหาทำร้ายร่างกาย
ด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” แต่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าป้องกันตัว เนื่องจากถูกคู่กรณีทำร้ายก่อน ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาจะเข้าแจ้งความกลับ ถือเป็นสิทธิ ซึ่งตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
โดยปมเหตุของคดีมาจากความขัดแย้งเรื่องการขายข้าวเหนียวมะม่วงในพื้นที่เดียวกัน โดยผู้ต้องหาขายอยู่ก่อน ส่วนคู่กรณีเข้ามาขายภายหลังประมาณ 2 ปี และมีปัญหากระทบกระทั่งกันมาโดยตลอด แม้จะพยายามเลี่ยงช่วงเวลาขายแล้วก็ตาม
ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสงสัยว่าผู้ต้องหาอาจเสพสารเสพติดนั้น จากการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นไม่พบสารเสพติด
ทั้งนี้ เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยยังต้องรอผลชันสูตรและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม สำหรับการประกันตัว พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วให้นำตัวฝากขังก่อน เนื่องจากเป็นคดีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหาไม่มีภูมิลำเนาชัดเจน โดยให้ญาติหรือทนายยื่นประกันตัวในชั้นศาลแทน