วันที่ 9 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านพักย่านหทัยราษฎร์ ซึ่งมีข้อมูลว่าชื่อของ นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน เป็นผู้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ในบ้านมีรถยนต์ 1 คัน จอดอยู่หน้าบ้านอีก 1 คัน และมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ในบ้านอีก 2 คัน
ในบ้านพบนางสาวพราว (นามสมมติ) อายุ 31 ปี อดีตภรรยาของ นายหมิงเฉิน ซัน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเคยคบหากับ นายหมิงเฉิน ซัน ประมาณ 1 ปี
จากนั้นได้แต่งงานจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน 2 ปี และตัดสินใจหย่าร้างกันมากว่า 1 ปี เพราะ นายหมิงเฉิน ซัน มีปัญหาเรื่องชู้สาว และยอมรับว่า นายหมิงเฉิน ซัน ชอบสะสมอาวุธปืน ช่วงที่อยู่ด้วยกันเคยเห็น นายหมิงเฉิน ซัน มีปืนเพียง 1 กระบอก ไม่ใช่คลังอาวุธเหมือนที่ปรากฏในข่าว แต่ไม่ทราบว่าซื้อมาจากไหนเพราะซื้อมาก่อนคบกับตนเอง ยอมรับว่าพอเห็นข่าวก็ตกใจ
นางสาวพราวบอกอีกว่า นายหมิงเฉิน ซัน ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจริงและมีใบรับรองแพทย์ โดยเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกเดือน แต่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน นายหมิงเฉิน ซัน ไม่เคยมีพฤติกรรมทำร้ายใคร แต่เจ้าตัวมักบ่นว่าอยากฆ่าตัวตายเป็นประจำ ส่วน นายหมิงเฉิน ซัน เข้ามาอยู่ในประเทศไทยประมาณ 1 ปี ก่อนมาคบหากับตนเอง
ส่วนประเด็นที่มีชื่อของ นายหมิงเฉิน ซัน อยู่ในทะเบียนบ้านของตนเอง ยอมรับว่าเป็นความจริงเพราะเคยแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน โดยบ้านหลังดังกล่าวลูกพี่ลูกน้องของตนเองเป็นคนซื้อได้ประมาณ 5 ปี ส่วนเหตุที่ยังไม่ได้นำชื่อ นายหมิงเฉิน ซัน ออกจากทะเบียนบ้านหลังหย่ากันเพราะ นายหมิงเฉิน ซัน อยู่ตัวคนเดียวจึงยังสงสารและมองว่าเป็นคนดี ซึ่งหลังเลิกรากันไป นายหมิงเฉิน ซัน ไม่เคยกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกเลย รวมถึงไม่ได้ติดต่อกันและไม่รู้ว่าปัจจุบันทำงานอะไร อยู่ที่ไหน หรืออยู่กับใคร ทราบเพียงว่าช่วงที่อยู่ด้วยกัน นายหมิงเฉิน ซัน มีธุรกิจสถานบันเทิงอยู่ประเทศกัมพูชา แต่ไม่ใช่ธุรกิจสีเทา
เมื่อถามว่า นายหมิงเฉิน ซัน เคยไปฝึกใช้อาวุธที่ประเทศกัมพูชา เคยเป็นทหารหรือมีแนวโน้มก่อการร้ายหรือไม่ นางสาวพราวยืนยันว่าไม่มี ไม่เคย อีกทั้ง นายหมิงเฉิน ซัน ไม่ได้คลั่งการเมืองหรือลัทธิใด ๆ ส่วนสาเหตุที่ นายหมิงเฉิน ซัน เลือกอยู่ประเทศไทย เพราะมาเที่ยวแล้วชื่นชอบ รวมถึงค่าครองชีพไม่สูง จึงตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ต่อในประเทศไทย
สำหรับบ้านพักที่ จ.ชลบุรี ที่ปรากฏเป็นข่าว คาดว่าเป็นบ้านเช่า เพราะ นายหมิงเฉิน ซัน ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง และก่อนหน้านี้มักอาศัยอยู่กับผู้หญิงหลายคน และจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นยืนยันว่าตนเอง, ครอบครัว และบ้านในซอยหทัยราษฎร์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ นายหมิงเฉิน ซัน
ขณะเดียวกันช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจ สน.นิมิตใหม่ ได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวและได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นไปแล้ว ซึ่งตนเองได้ให้การและยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับนายหมิงเฉิน ซัน
ส่วนประเด็นเรื่องบัตรสีชมพูและบัตรประจำตัวประชาชนของ นายหมิงเฉิน ซัน เรื่องนี้ตนเองไม่ทราบว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีบัตรประจำตัวประชาชนได้อย่างไร